Custom Search

lerdsin 40. บั้งไฟพญานาคในมุมมองของนักธรณีวิทยา (2) 

 

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

lerdsin 40. บั้งไฟพญานาคในมุมมองของนักธรณีวิทยา (2)

2 ปีกว่าของการพิสูจน์ความจริง เรื่องบั้งไฟพญานาค ทีมของ ดร.ปริญญา ต้องทำงานด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ พิจารณาทุกแง่มุมที่เป็นไปได้ มีการเก็บตัวอย่างทั้งตะกอนดิน น้ำ อากาศ ใช้ข้อมูลธรณีฟิสิกซ์และไปนั่งเฝ้าดูปรากฏการณ์ 2ครั้ง กระจายกำลังกันไปเฝ้าดูทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว ใช้เครื่องมือของทั้งทหารและเอกชน โดยเฉพาะกลัองเลเซอร์คุณภาพสูงเพื่อให้ได้ภาพชัดๆของบั้งไฟพญานาคที่ขึ้นจากลำโขงจริงๆ แต่กล้องดีเกิน จับความร้อนของแมลงที่บินอยู่เหนือลำโขงได้หมด ทำให้ได้ภาพที่ไม่สามารถบ่งบอกอะไรได้มาก

การค้นคว้างานวิจัยจากทั่วโลกพบว่าปรากฏการณ์ลูกไฟประหลาด คล้ายบั้งไฟพญานาคมีอยู่หลายประเทศเช่น อังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย เรียกชื่อแตกต่างกันไป สีสันของลูกไฟแตกต่างกันในแต่ละแห่ง แต่ที่เหมือนกันคือ พบอยู่ใกล้ที่ชื้นแฉะที่มีปริมาณอินทรียสารสูงและมีน้ำท่วมขังนาน

นักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่มหลายสาขาทั้งไทยและเทศ ได้ตั้งสมมติฐานการเกิดลูกไฟแบบนี้ไว้ 2แนวทาง คือ ทฤษฎีว่าด้วยความเครียดของแผ่นดิน และการหมักหมมของซากพืชซากสัตว์จนเกิดก๊าซชีวภาพ สมมติฐานแรกเกี่ยวพันกับธรณีศาสตร์โดยตรง สัมพันธ์กับรอยเลื่อนมีพลังและการเกิดแผ่นดินไหว แต่สภาพธรณีวิทยาบริเวณ จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ ข้ามฝั่งไปยัง แขวงนครเวียงจันทน์ ปากซัน แขวงบอลิคำไซ เป็นแบบธรณีวิทยาไร้พรมแดน หมายถึงชั้นหินแบบเดียวกันวางตัวต่อเนื่องทะลุชายแดน ลำน้ำโขงตรงนี้ไม่ได้ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนมีพลังแต่อย่างใด การเกิดลูกไฟจึงไม่น่าเกี่ยวพันกับทฤษฎีความเครียดของแผ่นดิน 

อีกสมมติฐานหนึ่งต้องใช้ความรู้หลายสาขา แม้ปริมาณสารอินทรีย์ในตะกอนแม่น้ำโขงจะต่ำมาก การเกิดก๊าซชีวภาพก็จะยากขึ้นเช่นกัน แต่อินทรียสารของตะกอนตามท้องทุ่งนาและในลำห้วยสาขามีไม่น้อยเลย จากการสำรวจ ตรวจสอบ และสอบถาม บริเวณที่พบบั้งไฟพญานาคมักอยู่ใกล้ปากห้วยสาขาที่ไหลมาสบกับลำน้ำโขง ยิ่งถ้าพบน้ำวนในบริเวณที่ลำน้ำมาสบกันยิ่งมีโอกาสพบมากขึ้น 

จากข้อมูลการสำรวจในพื้นที่และการวิเคราะห์ตัวอย่างในห้องปฏิบัติการ มีความเป็นไปได้สูงมากที่บั้งไฟพญานาคเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สัมพันธ์กับการเกิดก๊าซชีวภาพ โดยการหมักหมมของซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยในพื้นที่ชื้นแฉะและมีน้ำท่วมขังนานทำให้เกิดสภาพขาดออกซิเจน แบคทีเรียทำงานได้ดี กลุ่มก๊าซชีวภาพประกอบด้วย คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย ไอน้ำ ก๊าสไข่เน่า มีเทน และฟอสฟีนในสัดส่วนที่ต่างกัน   มีเทนไม่ละลายน้ำ ฟอสซีนละลายน้ำได้เล็กน้อย เมื่อถูกชะล้างพัดพาลงไปในแหล่งน้ำ ก๊าซทั้งสองชนิดจึงอยู่ในรูปของฟองอากาศ

ฟองมีเทนผสมฟอสฟีนอยากจะขึ้นเหนือระดับน้ำก็ขึ้นไม่ได้  ยิ่งถ้าระดับน้ำยังสูงอยู่ ยิ่งหมดสิทธิ์ ต้องรอให้ระดับน้ำลดลง ปรกติระดับน้ำโขงที่หนองคายในเดือนตุลาคมจะต่ำกว่าในเดือนกันยายนไม่น้อยกว่า4เมตร ฟองก๊าซอาจหลุดขึ้นมาผิวได้บ้าง แต่ฟองก๊าซมีเทนขนาดเล็กไม่สามารถฝ่าแรงกดทับของน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำได้โดยง่าย ต้องรวมตัวเป็นฟองใหญ่เพื่อเอาชนะแรงกดทับของน้ำ จึงสามารถทะลักขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความเร็วสูงเพื่อคงสภาพความเป็นมวลแก็สได้ชั่วขณะ  ตรงไหนมีน้ำวน ฟองก๊าซจะรวมตัวกันใหญ่ขึ้น แรงเหวี่ยงในน้ำวนทำให้ฟองก๊าซหลุดออกมาในแนวเฉียงจึงได้เห็นบั้งไฟพญานาคกลุ่มแรกพุ่งขึ้นมาในแนวเฉียง50-60องศาจากพื้นผิวน้ำ ฟองมีเทนอีกกลุ่มรวมตัวได้ฟองใหญ่เกิดแรงลอยตัว ขึ้นมาในแนวดิ่ง เมื่อสัมผัสอากาศ ฟอสฟีนจะติดไฟด้วยตัวเองทำให้มีเทนติดไฟ เมื่อมีเทนหมด ไฟก็ดับ ดังนั้นบั้งไฟพญานาคของแท้จะลอยขึ้นไปได้ไม่สูงมากนัก ส่วนสีของบั้งไฟที่แตกต่างกันคงขึ้นอยู่กับธาตุที่ผสมอยู่ในแร่ดินที่ปะปนอยู่ในฟองก๊าซ ธาตุลิเธียม แคลเซียม เมื่อติดไฟให้เปลวสีแดง ธาตุโซเดียมให้เปลวสีเหลือง

แล้วทำไมต้อง 15 ค่ำ เดือน 11 นี่แหละคือสิ่งสำคัญ ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินว่าเป็นช่วงที่มีมีเทนมากสุด น้ำโขงลดลงมากำลังพอดี มีสภาพแวดล้อมพอเหมาะ คงขัดใจสายมูไม่น้อย กลไกเชิงกายภาพที่ส่งเสริมให้เกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค มันช่างมีคาบพอเหมาะที่มาตรงหรือ ใกล้เคียงกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา คำว่าบังเอิญคงไม่มี หรือนี่คือปาฏิหาริย์ คือ อำนาจที่ควบคุมวัฏจักรของโลก อาจเป็นเพราะเหตุนี้จึงยังไม่มีใครสามารถถ่ายรูปบั้งไฟพญานาคได้อย่างชัดเจน แม้มีความพยายามเป็นล้าน ๆ ครั้ง จึงเห็นด้วยกับหมอมนัสที่ว่าบั้งไฟพญานาคคือ มรดกไทย มรดกโลก  ควรหาโอกาสไปดูสักครั้งให้เห็นสิ่งที่ธรรมชาติรังสรรอย่างสวยงาม

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการชมบั้งไฟพญานาคให้ได้อรรถรสคือไปก่อนตะวันมืด เลือกทำเลที่มีสบห้วยลงลำน้ำโขง ถ้าไม่มีน้ำวนให้มุ่งเน้นไปที่ห้วยเล็ก ถ้ามีน้ำวนให้เพ่งกระแสจิตไปตรงนั้น จำแนกให้ออก บั้งไฟพญานาคของจริงกับกระสุนปืนส่องวิถี ถ้าจะให้ดีข้ามไปฝั่งลาว ไปในวันออกพรรษาลาว ตรงไปที่สบน้ำงึม บ้านไฮ แขวงบอลิคำไซ จะได้พบบรรยากาศการเฝ้าดูบั้งไฟพญานาคของชาวลาวที่ไม่ต่างกว่าฝั่งไทย แต่อย่าลืมเตรียมใจสำหรับความผิดหวัง เพราะธรรมชาติไม่เคยเห็นใจคุณ

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

19 ตุลาคม 2564 

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม

lerdsin รวมบทความ เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>