Custom Search

sommai บทบาทนักธรณีวิทยาและการพัฒนาประเทศ

 

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ  ที่มาภาพ https://thaipublica.or 

 

---------------------------------------------

บทบาทนักธรณีวิทยาและการพัฒนาประเทศ

บทความ นายกสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย

ให้สัมภาษณ์ในวารสารชมรมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น

วันนี้วารสารเราได้รับเกียรติจากท่าน ดร.สมหมาย เตชวาล นายกสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติมาเล่าแนวคิดที่เกี่ยวกับงานของนักธรณีวิทยาและการพัฒนาประเทศของไทย เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในงานของนักธรณีมาก ทั้งในส่วนของงานราชการที่ได้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมทรัยากรธรณี และยังเป็นนายกสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทยอีกด้วย 

 

ท่านนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ปัจจุบันงานด้านธรณีนั้นมีบทบาทต่อสังคมมากมายหลายด้าน ในส่วนของงานสมาคมนั้น เราก็ได้ทำการเซ็นต์สัญญา MOU ความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย เช่น กรมทรัพยากรธรณี และหน่วยงานต่าง ๆ อีกหลายหน่วยงานทั้งส่วนราชการและภาคเอกชน เนื่องจากที่ผ่านมาสมาคมให้ความสำคัญในบทบาทการส่งเสริมความรู้ในงานธรณีวิทยาให้เป็นที่รับรู้ในสังคม มุ่งทำให้สังคมและคนทั่วไปรับรู้และเข้าใจว่างานธรณีวิทยานั้นมีความสำคัญและมีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศได้ หากใช้ให้ถูกวิธีจะมีประโยชน์ต่อสังคมมากมาย ความสำคัญในงานธรณีต่อประเทศที่ผ่านมานั้นจะมีการพัฒนาในหลายช่วง 

ช่วงต้นของงานทรัพยากรธรณี ปี พ.ศ. 2434 ตั้งแต่เริ่มมีการก่อตั้ง กรมราชโลหกิจแลภูมิวิทยา สมัยนั้นสังกัดใน กระทรวงเกษตราธิการ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับแร่ โลหะธาตุ การประทานบัตร และสัญญาการแร่โลหะธาตุ และงานธรณีวิทยา และมีการปรับปรุงการทำงานอีกหลายครั้งจนมาเป็น กรมทรัพยากรธรณี ในช่วงนี้เราจะพบว่ายังเน้นในเรื่องของการค้นหาทรัพยากรแร่และการเร่งพัฒนาแหล่งแร่ที่พบเพื่อนำมาใช้ แร่ที่เด่นและสำคัญในยุคนั้นมากมาย เช่น แร่ดีบุก วุลแฟรม แร่โลหะต่าง ๆ รวมไปถึงหินอุตสาหกรรมอีกหลายชนิด เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศของเรากำลังสร้างตัวจึงมีความต้องการใช้ทรัพยากรธรณีในการพัฒนาประเทศและการก่อสร้างมากมาย งานธรณีที่ผ่านมาให้ความสำคัญในการศึกษาค้นหาแหล่งแร่และพัฒนาเพื่อขุดค้นนำทรัพยากรแร่ขึ้นมาใช้ 

ช่วงปัจจุบันงานเทคโนโลยีธรณีและธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 งานด้านธรณีมีการปรับเปลี่ยนในด้านที่เพิ่มความสำคัญมากขึ้น โดยจะเพิ่มในเรื่องของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เริ่มมีการนำมาใช้มากขึ้น การใช้ทรัพยากรในการพัฒนาประเทศช่วงนี้จึงเริ่มต้องมีการนำเอาเรื่องสิ่งแวดล้อมมาคิดประกอบในการทำงานมากขึ้น บทบาทของงานธรณีวิทยาที่มีในช่วงนี้ต้องนำเอาเรื่องเรื่องของความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาประกอบการตัดสินใจและใช้วางแผนการจัดการทรัพยากรมากขึ้น งานเดิมที่เน้นในเรื่องธรณีวิทยาและแหล่งแร่เริ่มปรับเปลี่ยนจากเดิมที่มุ่งหาและนำมาใช้ในอดีต มาเป็นการศึกษาหาความเหมาะสมในการจัดการโดยใช้วิชาการด้านธรณีวิทยาช่วยประกอบมากขึ้นในหลายด้าน ปัจจุบันเราจะพบว่าการศึกษาหลายเรื่องต้องมีการนำเอาศาสตร์ด้านธรณีมาใช้ประกอบในหลายสาขา เช่น เรื่องพิบัติภัย การกัดเซาะชายฝั่งทะเล การศึกษาหาความเหมาะสมในการใช้พื้นที่ฝังกลบขยะดิน ปัญหาดินถล่มหลุมยุบ หรือผลกระทบที่เกิดจากดินเค็ม เป็นต้น จะสังเกตว่าเริ่มศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติของโลก แม้กระทั่งเรื่องของแผ่นดินไหวและคลื่นสินามิที่ในอดีตเรามองข้ามก็ถูกนำมาศึกษาทำให้เป็นที่สนใจในสังคมไทย เนื่องจากมีเหตุการณ์สำคัญด้านธรณีเกิดขึ้นมากมายหลายครั้งทั้ง คลื่นยักษ์สินามิที่ภูเก็ต และแผ่นดินไหวที่เชียงราย ก็ทำให้เราเริ่มจะมาคิดเรื่องธรณีพิบัติภัยและให้ความสำคัญในเรื่องของธรณีวิทยาในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น

ธรณีวิทยา เป็นศาสตร์ที่ต้องใช้หลายสาขามาร่วม เช่น วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การใช้ประโยชน์พื้นที่ และด้านสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ปัจจุบันสถาบันการศึกษาที่สร้างนักธรณีในประเทศไทยเรามีทั้งหมด 6 มหาลัยที่สอนเกี่ยวกับธรณี ถ้าไล่ตามอายุที่ก่อตั้งมา คือ จุฬาฯ ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น ม.สุรนารี ม.เกษตร และ ม.มหิดล โดยของ จุฬาฯ ม.เชียงใหม่ และ ม.มหิดล จะมีความคล้ายกันในแนวการพัฒนาเน้นเรียนเรื่องธรณีวิทยาและการพัฒนาจัดการทรัพยากร ในส่วนงานด้านธรณีประยุกต์ก็อาจจะไม่ค่อยมากแต่ว่าในระยะหลังอาจารย์ที่ภาคแต่ละที่ต่างก็มีโครงการงานศึกษาวิจัยธรณีประยุกต์กันมากขึ้น บางที่เริ่มมีการปรับปรุงแนวทางการสอนไปเยอะ ในส่วนธรณีประยุกต์นั้น ม.ขอนแก่น และม.สุรนารี ก็จะเน้นในงานด้านธรณีเทคนิคหรือการประยุกต์ใช้งานธรณี เช่น น้ำบาดาล วิศวกรรมธรณี ปิโตรเลียม หรือธรณีพิบัติภัย ซึ่งมันก็จะเป็นจุดแข็งของทั้งสองที่ตามความต้องการที่มีในพื้นที่ภาคอิสาน ส่วนของ ม.เกษตร ก็จะเน้นไปทางสิ่งแวดล้อมทางวิทยาศาสตร์โลก ซึ่งจะมีการประยุกต์ในงานเรื่องของชีววิทยาและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นความหลากหลายในรายละเอียดของแต่ละสถาบัน ทำให้แต่ละที่ก็จะมีจุดแข็งมีความถนัดแตกต่างกัน แต่ทุกที่จะคงมีหลักร่วมกัน คือ ความเป็นธรณีวิทยา 

ในส่วนเรื่องของการทำงานร่วมกับพี่น้องนักธรณีจาก ม.ขอนแก่น นั้น ที่จริงผมจะได้เจอและได้ทำงานกับนักธรณีจากทุกมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ทำให้ได้เห็นว่าในทุกมหาลัยต่างก็สร้างนิสิตนักศึกษาที่เป็นนักธรณีที่ดีออกมาสู่ประเทศไทยมากมายต่อเนื่อง ในส่วนของ ม.ขอนแก่น นั้นจากที่ผมได้สัมผัสและได้มีโอกาสทำงานร่วมกับพี่น้องหลายคน ทั้งในส่วนของงานในหน้าที่ราชการและในงานของสมาคมหรือกิจกรรมภายนอก จะสังเกตได้ว่าจะมีกลุ่มนักธรณีจาก มข มาร่วมกิจกรรมอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งต้องขอขอบคุณชมรมศิษย์เก่าธรณี มข. ที่ให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกับสมาคมตลอดมา และคิดชื่นชมคณาจารย์ มข. ที่ร่วมกันสร้างนักศึกษาธรณีขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศของเรา โดยเฉพาะอาจารย์ภักดี ธันวาชร เป็นคนที่ผมคิดว่าต้องให้เครดิตท่านที่ริเริ่มสร้างภาควิชานี้มา คงต้องยอมรับว่าท่านมีวิสัยทัศน์ที่กว้างมองการณ์ไกล เห็นความสำคัญของงานธรณีที่จะต้องมีในพื้นที่และประโยชน์ที่จะเกิดกับคนในภาคอิสาน เพราะไม่เพียงจะสามารถสร้างสาขาธรณีวิทยา ม.ขอนแก่นแล้ว ยังสร้างจุดเปลี่ยนแนวคิดประยุกต์ในงานธรณีจนกลายเป็นเทคโนโลยีธรณีที่มีความสามารถตอบความต้องการของประเทศได้ด้วยดี สามารถสร้างนักศึกษาเพื่อต้องสนองความต้องการประเทศและทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศมากมาย นอกจากนั้นนักธรณีจากสถาบันนี้ยังประสบความสำเร็จมากมายหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของราชการหรือภาคเอกชน ซึ่งแบบอย่างความสำเร็จที่ผมได้พบเห็นหลายคน เช่น ท่านปลัดโชติ ตราชู (Geo4) ได้เป็นปลัดกระทรวงถึง 2 กระทรวงซึ่งผมก็ยอมรับและก็ชื่นชมท่านนะครับเป็นแบบอย่างที่ดี หรือแม้แต่ปัจจุบันที่กรมทรัพยากรธรณีเราก็มี รองอธิบดี นิวัติ มณีขัติย์ (Geo4) และรองอธิบดี มนตรี เหลืองอิงคะสุต (Geo6) ทั้ง 2 ท่านซึ่งมีความสามารถและทำงานที่สร้างประโยชน์ให้กับงานด้านธรณีมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงท่านผู้ตรวจ ภูมี ศรีสุวรรณ (Geo4) ที่ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ส่วนภาคเอกชนก็จะมีคนเก่งมากมายไม่ว่าจะเป็น สงวน ชูช้าง (Geo6) ที่บริษัทปูนนครหลวง วรพันธ์ ธิพากร (Geo11) ที่บริษัทประพันธเทค หรือ สุรัตน์ โชคเฉลิม (Geo13) ที่บริษัททรูสโตน และอีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยถึงคงต้องขอโทษเพราะมีเยอะมาก ที่ยกมาเพราะคุ้นเคยเห็นว่าหลายคนมาร่วมกิจกรรมและสนับสนุนงามสมาคมธรณีเรามาตลอดไม่เคยพลาด รวมถึงน้องที่บริษัทน้ำมันปิโตรเลียมและงานเหมืองแร่อีกหลายหลายบริษัทนะครับ ก็เป็นคนที่สนับสนุนงานสมาคมเราอย่างเต็มที่ ผมว่าแสดงถึงความสามารถของบัญฑิตจากสถาบันแห่งนี้ที่ไม่เพียงทำเพื่อตัวเองได้ แต่ทุกคนร่วมกันทำเพื่อสังคมและประเทศชาติได้อย่างดี ซึ่งคิดว่าต้องขอบคุณอาจารย์ทุกท่านในภาควิชาเทคโนโลยีธรณี มข. ที่ร่วมกันสร้างนักธรณีที่มีคุณภาพออกมาสู่สังคม 

ฝากส่งท้ายถึงน้องธรณีทุกคน ในส่วนของการทำงานกับน้อง มข.  พบว่าส่วนใหญ่จะมีแนวคิดซึ่งนับได้ว่ากว้างไกลในงานธรณี สิ่งหนึ่งที่เห็นคือทุกคนมีความพร้อมที่จะทำงานมีความเป็นกันเองคุยง่าย ซึ่งผมก็คิดว่าจะเป็นลักษณะของเฉพาะของนักธรณีซึ่งทุกคนเมื่อทำงานด้วยแล้วรู้สึกสบายใจมีความสุข ในปัจจุบันเรามักจะพูดเรื่องของ 4.0 ซึ่งแม้แต่นักธรณีอย่างพวกเราก็คงต้องเริ่มปรับตัวให้เข้ากับการทำงานและสังคม 4.0 เราคงจะต้องเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น เพื่อให้ความรู้สร้างความไว้วางใจในข้อมูลธรณีวิทยาที่เกิดจากพวกเรา ว่าเราจะเป็นที่พึ่งที่สำคัญของสังคมและประชาชนได้ ถ้าเราให้ข้อมูลแล้วทุกคนจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไว้วางใจ เป็นที่พึ่งพาในแหล่งความรู้ธรณีที่จะนำไปใช้ทำให้เกิดเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนเกิดสังคมที่ดี นักธรณีในอนาคตต้องมีการเปิดกว้างทางความคิดพร้อมที่จะทำงานร่วมกันเป็นทีม ในยุคของโลกที่เปลี่ยนแปลงดิสรับชั่นเทคโนโลยีจะต้องเข้ามามีส่วนมากโดยเฉพาะหลัง covid การทำงานที่จะต้องเป็นเชิงเทคโนโลยีมากขึ้น และนักธรณีทุกคนจะต้องเริ่มเรียนรู้จักใช้เทคโนโลยีเพื่อที่จะยกระดับตัวเองให้เป็นคนที่มีศักยภาพที่ดีสูง สมัยก่อนเราอาจแค่ใช้เข็มทิศ ค้อน และสมุดพก แต่ในอนาคตเราคงจะต้องเริ่มมีการนำเครื่องมือและอุปกรณ์ในด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เครื่องโน้ตบุ๊ก อุปกรณ์แท็บเล็ต GPS หรือโปรแกรมประยุกต์ในงานธรณีด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะเก็บข้อมูลนำมาทำรายงานธรณีให้ออกมาถูกต้องสมบูรณ์ในเวลารวดเร็ว การทำงานในอนาคตนักธรณีอาจจะสามารถประชุมให้คำแนะนำในกรณีที่มีปัญหาในพื้นที่โดยคนที่อยู่ในสำนักงาน การสื่อสารที่ทำได้ง่ายขึ้นทำให้เราสามารถตอบโจทย์ได้แม้แต่จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ อาจไม่ต้องรอกลับมาคุยกันในสำนักงานเหมือนเดิม ซึ่งจากการสังเกตจะเห็นว่านักธรณีรุ่นใหม่ก็จะมีความคล่องแคล่วว่องไวสามารถเทคโนโลยีได้ดีขึ้น หากแต่ในงานธรณีนั้นหลายเรื่องอาจจะต้องยังต้องใช้เรื่องของประสบการณ์ความรู้และความเข้าใจจากนักธรณีรุ่นเก่า ๆ อยู่บ้าง เพราะนักธรณีรุ่นใหม่แม้จะใช้เครื่องมืออุปกรณ์เทคโนโลยีได้ดีแต่ยังไม่มีประสบการณ์ในงานพื้นที่หรือการได้เห็นหินแร่ในสนามจริงก็อาจทำให้วิเคราะห์สรุปผลออกมาได้ไม่ดี ซึ่งหากสามารถถ่ายทอดแลกเปลี่ยนสื่อสารในการทำงานได้ก็จะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นนักธรณีในแต่ละยุคแต่ละรุ่นควรต้องเพิ่มการสื่อสารการคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งโชคดีที่เรามีรุ่นพี่อาวุโสหลายคนที่ยังให้ความรู้แก่พวกเราในงานด้านธรณีตลอด ทำให้สามารถหาข้อมูลในงานด้านนี้ได้ง่ายและเร็วขึ้น เพราะมีแหล่งความรู้และข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงสื่อสารมากมายซึ่งเป็นแนววิธีในการดำเนินชีวิตนักธรณียุคใหม่ต่อไป

ที่มา https://iok2u.com/index.php/article/kku-gta/1883-e-book-gsk003

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม
sommai รวมบทความ สมหมาย เตชวาล
------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>