Custom Search

Sanung เล่าเรื่องแร่ “การทำเหมืองแร่ดีบุก”

 

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

Sanung รวมบทความ สงวน ชูช้าง นักธรณีอาวุโส ได้มาเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ในงานธรณี และบทความวิชาการที่น่าสนใจไว้ได้ศึกษาเรียนรู้ร่วมกัน

เล่าเรื่องแร่ “การทำเหมืองแร่ดีบุก”

นายสงวน ชูช้าง

ประธานชมรมศิษย์เก่าเทคโนโลยีธรณี มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ที่มา วารสารชมรมศฺษย์เก่าธรณี มข. เล่ม 3 เดือนตุลาคม 2564

การทำเหมืองแร่ดีบุก: ความเป็นจริงนั้นคงจะมีการทำมาตั้งแต่สมัยยุคสัมฤทธิ์หรือประมาณ 5,600 ปีมาแล้ว เพราะพบว่าดีบุกเป็นส่วนประกอบหนึ่งในโลหะสัมฤทธิ์  โดยคาดว่าผืนแผ่นดินที่ทำเหมืองแร่ดีบุกอยู่ที่บริเวณภาคใต้ของพม่า, ไทย, อินโดนีเซีย   ที่เป็นแหลมยื่นออกไปติดกับทะเล  เนื่องจากมีแร่ดีบุกอุดมสมบูรณ์  และอยู่ในแนวเส้นทางเดินเรือค้าขายระหว่างอินเดียตะวันตก, จีนด้านตะวันออก และ รวมไปถึงตะวันออกกลางที่เป็นที่ตั้งของอาณาจักรเมโสโปเตเมีย      

สำหรับที่เป็นพื้นแผ่นดินไทยในปัจจุบัน พบหลักฐานการทำและค้าขายดีบุกมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา ประมาณ พ.ศ.2061 และในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ก็อนุญาตให้ฝรั่งเศสทำการค้าขาย และขุดแร่ดีบุกในภาคใต้เช่นกัน อย่างไรก็ตามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 การขุดแร่ดีบุกในประเทศไทยก็ได้หยุดชงักลงไป  เหมืองแร่ดีบุกกลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งในช่วงรัชกาลที่ 5 โดยมีการออกประทานบัตรฉบับแรก เลขที่ 1/2 ลงวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2445 ที่จังหวัดชุมพร  และฉบับที่ 3 เลขที่ 1/3 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2545ที่จังหวัดภูเก็ต (กรมทรัพยากรธรณีก่อตั้งปี พ.ศ.2543) โดยในระยะแรกในการทำเหมืองดีบุกได้นำเข้าคนงานมาจากจีนเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากในระยะนั้น ประเทศจีนอดอยากมาก และชาวจีนที่เข้ามาทำเหมืองดีบุกในระยะแรกก็ได้กลายเป็นคนไทย ตามจังหวัดภูเก็ต, จังหวัดตรัง, จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดพังงา จวบจนทุกวันนี้

เนื่องจากความต้องการใช้ดีบุกของโลกมีความต้องการสูงและราคาแร่สูงอย่างน่าสนใจ  ส่งผลให้เกิดการทำเมืองแร่บนบกขึ้นตามแนวชายแดนไทยพม่า ตั้งแต่จังหวัด ภูเก็ต, ระนอง, ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์, ราชบุรี, กาญจนบุรี, อุทัยธานีม ตาก เชียงใหม่ และ แม่ฮ่องสอน โดยในการทำเมืองดีบุกบนบกในระยะแรกจะใช้แรงงานคนทำการเลียงแยกแร่ออกจากชั้นกรวดทรายไปตามแม่น้ำลำคลอง ต่อมาก็มีการขุดลงไปใต้ผิวดินจนถึงชั้นกะสะแล้วจึง ใช้คนงานชาวจีนและชาวพื้นเมือง  หาบเอาชั้นกะสะขึ้นมาจากบ่อเหมือง เพื่อมาทำล้างเอาเม็ดแร่แยกออกมาจากกรวดทรายโดยการบวนการล้างแร่ผ่านลางน้ำที่เอียงตัวประมาณ 24 องศา โดยมีวิธ๊การปล่อยให้แร่และกรวดทรายไหลลงไปตามรางไม้ ที่มีการตีขั้นกันแร่ไหลไว้เป็นระยะ แร่ดีบุกจะหนักกว่าทรายจะจมลงไปที่พื้นระหว่างที่ไหลในลาง และจะไปตกกองรวมกันที่ขั้นที่ขวางดักเก็บแร่ ส่วนทรายก็จะไหลเลยไปจนตกที่ท้ายรางล้างแร่  กระบวนการทำเหมืองโดยการ หาบเอากรวดทรายผสมแร่มาล้างนี้ จึงเรียกกันว่า “เหมืองหาบ” จวบจนมาถึงปัจจุบัน แม้เราจะใช้รถยนต์และรถแม็คโครขุดตักและขนแร่แล้ว ก็ยังเรียกว่าการทำแร่ชนิดเหมืองหาบ

 การทำเหมือนบนบกอีกวิธีหนึ่ง จะใช้ปั๊มน้ำที่มีแรงดันสูง  ทำการฉีดผนังพื้นดินที่เป็นชั้นกะสะแร่ให้แตกหักพังทะลาย และย่อยออกเป็นกรวดเป็นทราย แล้วจึงบังคับให้น้ำไหลลงไปในรางล้างแร่ เพื่อแร่ดีบุกแยก ออกมา การทำเหมืองแบบนี้จะเรียกว่า “เหมืองฉีด” แต่เมื่อนำเอาหัวฉีดทำการฉีดหาแร่ไปตามผนังลำห้วย และย้ายที่ไปเรื่อยๆจะเรียกว่าเหมืองแล่น การทำเหมืองประเภทนี้ นิยมใช้กันมากในแถบจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณเมืองอิต่อง อำเภอทองผาภูมิ  ในยุคก่อนได้มีการนำเอารูปคนถือคันบังคับเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง  มาหล่อเป็นรูปปั้นเป็นและนำมาตั้งไว้ที่หน้าตึกกรมทรัพยากรธรณีเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการทำเมืองฉีด  รูปหล่อนี้ยังคงอยู่ตราบเท่าปัจจุบัน

ส่วนการทำเหมืองในบริเวณที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง จะไม่เหมาะในการทำเมืองหาบเพราะน้ำชอบท่วมเหมืองเมื่อขุดลึกลงไป จึงทให้ทางอังกฤษและฝรั่งเศส ได้นำเรือขุดเข้ามาใช้ในการทำเหมือง โดยออกแบบเป็นเรือขนาดใหญ่ด้านหน้าเป็นกระพ้อขุดดินที่มีแร่ผสมอยู่  กลางเรือเป็นโซนการล้างแร่เอากรวดและทรายออกจากแร่  โดยกระบวนการลางล้างแร่เหมือนเหมืองหาบ ส่วนด้านท้ายเรือจะเป็นบริเวณแต่งแร่ให้บริสุทธิ์  ด้านบนเรือจะเป็นที่พักอาศัยของคนงานประจำ  เรือจะทำการขุดแบบเดินหน้าไปเรื่อย ๆ โดยแขนของสายพานลูกกะพ้อจะหย่อนลงไปขุดตักเอากรวดทรายแล้วหมุนกลับขึ้นมาบนเรือ แล้วล้างแยกเอาแร่ออก ส่วนทรายก็จะทิ้งลงท้ายเรือไปเลย ส่วนละเรือก็จะขุดเดินหน้าไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีการถอยหลัง การทำเหมืองแบบนี้เรียกว่า “เหมืองเรือขุด”

ส่วนการทำเหมืองในแม่น้ำและปากแม่น้ำ  ที่พัดพาเอาแร่มาสะสมตัวไว้ เช่น ปากแม่น้ำตะนาวศรี, ปากแม่น้ำตาปี, ปากแม่น้ำชุมพร, ปากแม่น้ำตะกั่วป่า เป็นต้น จะทำการใช้เรือขุดเช่นกันในระยะแรกแรก เพราะน้ำยังไม่ลึกมากและความยาวของแขน สายพานกะพ้อตักดินก็ยาวพอที่จะหย่อนลงไปขุดได้ลึกถึงชั้นกะสะแร่ เรือกก็ทำการขุดไปเรื่อย ๆ ต่อมาพบว่าชั้นกะสะแร่ได้ต่อเนื่องลงไปในทะเลชึ่งระดับน้ำมีความลึกมากขึ้น ทำให้แขนของกระพ้อขุดแร่ยาวไม่ถึง จึงได้เปลี่ยนมาเป็นแบบหัวดูดเรียกว่า “เหมืองเรือดูด” การทำเมืองประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงมากเพราะสามารถต่อเรือดูดได้โดยไม่จำกัดขนาด สามารถผลิตแร่ได้จำนวนมาก ๆ พื้นที่สัมปทานส่วนใหญ่จะอยู่ในทะเลและเป็นแปลงขนาดใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์แร่สูงมาก  ด้วยเหตุนี้ในปี พ.ศ.2524 ถึง พ.ศ.2532 กรมทรัพยากรธรณีจึงได้ตั้งโครงการสำรวจแร่นอกชายฝั่งขึ้นมาเรียกสั้น ๆ ว่า “Off Shore” และหน่วยงานนี้ผมเคยได้ร่วมงานลงไปสำรวจในพื้นที่ทะเลอันดามันในปี พ.ศ.2528 ก่อนที่จะเรียนจบ และหากมีโอกาศจะนำมาเล่าในกระบวนการสำรวจแร่ดีบุกให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนั้น  ในบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี  ตั้งแต่อำเภอศรีสวัสดิ์ ลงมาทองผาภูมิ ลงมาถึงไทรโยค และราชบุรีโดยเฉพาะเหมืองอิต่อง ซึ่งพบแหล่งดีบุกเกิดเป็นสายแร่บริสุทธิ์ที่มีขนาดตั้งแต่ขนาดกลัดไม้ขีดไฟ (3-5 นิ้ว) เกิดเป็นแนวยาวขนานไปตามแนวแตกของชั้นหิน บางครั้งก็มีสายเดียว บางครั้งก็มีหลายสาย และอยู่ค่อนข้างลึก ทำให้กระบวนการทำเหมือง แบบเหมืองหาบไม่คุ้มต่อการลงทุน  นายเหมืองทั้งหลายจึงให้คนงานทำการเจาะอุโมงค์ไปตามสายแร่และสกัดเอาแร่ดีบุกบริสุทธิ์ออกมาเป็นก้อน ๆ ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่แบบไม่ต้องล้างแร่ และอุโมงค์พวกนี้ได้กระจัดกระจายเต็มไปหมด  จนไม่รู้ว่าไปถึงไหนและมีจำนวนเท่าไหร่ เพราะผู้คนในยุคนั้นได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว

แร่ดีบุกได้เข้ามาอยู่ในสถานการที่ชบเซา เนื่องจากแร่ราคาตกลงไปมาก เพราะสต๊อกที่จีนและอเมริกาชื้อเข้าไปกักเก็บไว้เต็ม และได้ทำการหยุดชื้อ ประกอบกับเครื่องใช้ เครื่องมือมนุษย์ก็ได้เปลี่ยนรูปแบไป ผู้คนหันมาใช้แร่ที่ได้จากปิโตเคมี เช่นท่อ พีวีชี เป็นต้น จึงทำให้แร่เหมืองแร่ดีบุกในประเทศไทยปิดตัวลงอย่างสนิทในปี 2528 ชึ่งเป็นปีที่ผมจบการศึกษาพอดี ความฝันของผมที่จะเป็นนายเหมืองก็มอดดับลงจนบัดนี้ ในปัจจุบันแร่ดีบุกได้กลับมามีราคาขึ้นมาอีกรอบ โดยในปี 2564 มีราคาอยู่ประมาณตันละ 300,000 บาท เนื่องจากว่าเป็นยุด ดีจิทัล ความต้องการใช้ Rear Earth มีมากขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด โดยเฉพาะแร่ โคลัมไบ-แทนทาไลท์ ที่เป็นสินแร่ที่มีคุณสมบัติเป็น Supper Conductor ที่ใช้สำหรับผลิตไมโครซิบ ที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ และเครื่องคอมพิวเตอร์ ในยุค 5 Gความหวังของการทำเหมืองดีบุกก็เปิดไฟสว่างขึ้นมาอีกครั้ง แต่โชคร้ายสำหรับชาวเหมือง แหล่งแร่ที่อุดมสมบูรณ์ในอดีตปัจจุบันได้กลายเป็นโรงแรมระดับห้าดาวไปแล้ว ในจังหวัดภูเก็ต และพังงา จะพอคงเหลืออยู่บ้างทางด้านประเทศพม่า สำหรับนักธรณีวิทยารุ่นใหม่ๆ หากชอบการใช้ชีวิตแบบชาวเหมือง ก็คงเป็นสายงานอีกสาขาหนึ่งที่พอเห็นอนาคตได้ เนื่องเพราะโลกเราเข้าสู่โลก Digital ความต้องการใช้แร่ Rae Earth และ Cassiterite ยังมีความต้องการสูงมากขึ้นเรื่อๆ จึงคาดหวังว่าคำศัพท์ต่างๆที่เคยใช้กันในวงการทำเหมืองดีบุก จากเรื่องเล่านี้ จะพอเป็นจุดเริ่มต้นให้พูดจากับนายเหมืองรุ่นเก่าๆได้อย่างถูกต้อง โอกาศหน้าจะเล่าเรื่องแร่พลวงที่ข้าพเจ้าเคยเป็นผู้จัดการเหมืองเมื่อ 30 ปีที่แล้วมาเล่าให้ฟังอีกที ขอสวัสดี

 

 

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม
 Sanung รวมบทความ สงวน ชูช้าง
------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>