Custom Search

lerdsin-27. โลกจะร้อนหรือเย็นกันแน่ (2)

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

27. โลกจะร้อนหรือเย็นกันแน่ (2)

 

การที่โลกหมุนรอบตัวเองแบบลูกข่างคือหมุนไม่นิ่งมีการแกว่ง การที่แกนโลกเอียง การที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์แบบวงรีและที่สำคัญการที่ดวงอาทิตย์ ปลดปล่อยพลังงานแบบไม่สมำเสมอ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยหลักควบคุมสภาพภูมิอากาศโลก มนุษย์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ว่าจะเป็น คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ มีเทน ไนตรัสอ๊อกไซด์ หรือสารCFC.เมื่อเทียบกับที่โลกปลดปล่อยพลังงานผ่านการระเบิดของภูเขาไฟและลาวาไหลตรงรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก จำนวนของก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่ปลดปล่อยออกมามากมายมหาศาล

อย่างไรก็ตาม มนุษย์จอมทำลายคือเรื่องจริงที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง กิจกรรมของมนุษย์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงเห็นได้ชัด  ส่งผลกระทบโดยตรงย้อนกลับมาถึงมนุษย์และสิ่งมีชีวิตร่วมโลก เราต้องร่วมมือร่วมแรงร่วมรณรงค์ให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการใช้พลาสติกอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสภาพสมดุลย์ในธรรมชาติให้มากที่สุด  แต่การรณรงค์ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่วนใหญ่จะบอกว่าเพื่อลดภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นคำที่ฮิตติดหูไปแล้ว  โลกจะร้อนจะเย็นขึ้นอยู่กับการปลดปล่อยพลังงานของดวงอาทิตย์ ลักษณะการหมุนของโลก ทั้งหมุนรอบตัวเองและหมุนรอบดวงอาทิตย์เป็นหลัก กิจกรรมมนุษย์เป็นปัจจัยเล็กๆเท่านั้นเอง
        โลกตะวันตกออกข่าวทุกวันเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ไม่กล้าพูดว่าพวกเขากำลังใช้ทฤษฎีโฆษณาชวนเชื่อของฮิตเลอร์ ที่บอกว่า "ถ้าเรื่องที่พูดเป็นเรื่องใหญ่เพียงพอ พูดซ้ำบ่อยๆ เรื่องที่พูดจะมีคนเชื่อแม้เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องจริง"  เหตุการณ์ Y2Kคือตัวอย่างที่ชัดเจน แต่กรณีของ ภาวะโลกร้อน เป็นเรื่องใหญ่แน่นอน เพียงแต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นจริงไหม เมื่อพูดทุกวันคนจำนวนมากเริ่มกลัว กลัวน้ำทะเลท่วมโลกจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เรียกร้องให้รัฐบาลหันมาสนใจ ห้ามใช้ถ่านหิน ห้ามใช้ปิโตรเลียม ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ให้ใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นเทคโนโลยีของชาติตะวันตก บางประเทศ บางรัฐ บางเมือง เห็นด้วย หันมาใชัพลังงานทางเลือกเป็นพลังงานหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า ผลคือหลายเมืองต้องประสบปัญหาไฟดับทั้งเมืองเป็นเวลานาน เกิดความเสียหายมากมายมหาศาล
    สมมติว่าเกิดภาวะโลกร้อนจริงจะจากปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย  ประเทศที่อยู่ใกล้ขั้วโลกได้รับผลกระทบเต็มๆ แล้วกี่ปีน้ำจะก้อนนั้นจะเดินทางมาถึงเมืองไทย อย่าลืมว่าระดับน้ำทะเลทั้งโลกไม่สม่ำเสมอกัน จะใช้หลัก น้ำไหลจากที่สูงไปที่ต่ำไม่ได้ ยังมีปัจจัยมาควบคุมอีกมาก ปัจจุบันระดับทะเลฝั่งอันดามันสูงกว่าฝั่งอ่าวไทยเกินเมตร มันก็ยังอยู่ได้ ไม่เห็นว่าน้ำทะเลฝั่งอันดามันจะไหลมาหาฝั่งอ่าวไทยเลย

ศาสตร์ทางธรณีวิทยาระบุไว้ว่า ปัจจุบันเป็นกุญแจไขไปสู่อดีต เราเรียนรู้ปัจจุบัน ศึกษาอดีต เพื่อหาเสันทางเดินสู่อนาคตอย่างถูกต้อง

ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา เราได้รับทราบการเกิดภัยธรรมชาติหลายครั้งหลายหน เช่นการเกิดแผ่นดินไหวตามด้วยสึนามิในมหาสมุทรอินเดียในปีค.ศ. 2004 มีผู้เสียชีวิตหลายแสน แผ่นดินไหว สึนามิ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซำรุด ที่เกาะฮอนชู ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 2011 สร้างความเสียหายมหาศาล  นอกจากนี้ยังมีภูเขาไฟระเบิดหลายครั้ง แม้วันนี้ก็ยังมีการระเบิดอยู่ที่สเปญ  โรคระบาดเกิดมาหลายหนแต่ที่ระบาดยังไม่ยอมหยุดคือ โควิด 19 ที่ได้คร่าชีวิตคนบนโลกใบนี้เกือบ 5 ล้านคนแล้ว

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว มีงานวิจัยด้านดาราศาสตร์ระบุว่า ดวงอาทิตย์กำลังเข้าสู่โหมดจำศีล(sleeping mode) ทำให้ส่งพลังงานมายังโลกน้อยลง จะเห็นผลชัดเจนในปี ค.ศ. 2030  เหตุการณ์มันช่างพอเหมาะพอเจาะเสียเหลือเกิน ปีที่แล้ว ไซบีเรียทำสถิติอุหภูมิต่ำสุด 2 ปีที่แล้ว ประเทศคานาดา สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย เจอสภาพอากาศแบบลิ่มความหนาวแทงเข้ามา มีผู้เสียชีวิตหลายคน

จากเหตุการณ์หลายอย่างที่มาบรรจบกัน นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งรวมทั้งผมจึงเชื่อว่าสภาพภูมิอากาศโลกกำลังวิ่งเข้าสู่ยุคน้ำแข็งจิ๋ว(mini-ice age) ซึ่งบททดสอบสมมติฐานนี้ไม่ต้องรอนาน ถ้าเป็นจริง ฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้ เตรียมเสื้อกันหนาวตัวโปรดมาใส่ได้เลย

 

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

28 กันยายน 2564

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม

lerdsin รวมบทความ เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>