Custom Search

lerdsin-26. โลกจะร้อนหรือเย็นกันแน่ (1)

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

lerdsin-26. โลกจะร้อนหรือเย็นกันแน่ (1) 

เหมือนเจ้านายเก่าจะรู้ว่าผมหมดมุขเขียนแล้วเลยแนะนำให้เขียนเรื่องภาวะโลกร้อนที่คนกำลังวิตกกังวล ถือเป็นเรื่องใหญ่มากและมีผู้รู้กระจายอยู่ทั่วโลก เฉพาะในเมืองไทยคงมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาวะโลกเกินล้าน แต่เมื่อพิจารณาแล้วก็น่าจะมีประโยชน์ ถือเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำไปพิจารณาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ธรณีวิทยาคือศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องโลก ส่วนประกอบภายในโลกตลอดจนถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลก ถ้าเชื่อว่าภาวะโลกร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ก็น่าจะพอเชื่อนักธรณีวิทยาได้ แต่ถ้าคิดว่าภาวะโลกร้อนเป็นผลจากการกระทำของมนุษย์โดยตรงของมนุษย์อย่าได้เชื่อนักธรณีวิทยาเด็ดขาด

โลก เกิดขึ้นมาไม่น้อยกว่า 4,600 ล้านปี มีสารพัดทฤษฎีการเกิดแต่ที่ตรงกันคือช่วงแรกยังไม่มีน้ำ กว่าจะมีน้ำ มีมหาสมุทร มีบรรยากาศ ใช้เวลาเป็นพันล้านปี กว่าจะมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นใช้เวลาอีกนับพันล้านปี ทวีปต่างๆที่เห็นในปัจจุบัน ถ้าย้อนไปหลายสิบหลายร้อยล้านปี ก็ไม่ได้อยู่แบบนี้เพราะมีการเคลื่นที่อยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด โครงสร้างของโลกเปรียบเสมือนเหมือนไข่ต้มสุก แล้วทุบเปลือกเพื่อจะแกะ  แผ่นเปลือกโลกก็คือเปลือกไข่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเกือบร้อยชิ้น ใต้เปลือกไข่จะมีเยื่อบางๆก่อนถึงไข่ขาวที่เปรียบเหมือนเนื้อโลก เยื่อบางๆเปรียบเสมือนฐานธรณีภาค มีลักษณะยืดหยุ่นทำให้เปลือกโลกเคลื่อนที่ได้ ไข่แดงเปรียบเหมือนแก่นโลก มี2ชั้น แก่นโลกชั้นนอกเป็นของหนืดส่วนแก่นโลกชั้นในเป็นของแข็ง เวลาโลกหมุนมันเลยทำตัวเหมือนไดนาโมผลิตกระแสไฟฟ้าและเปลี่ยนเป็นสนามแม่เหล็กโลก

เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกถูกบันทึกไว้หมดแลัวในรูปของหิน  ถ้าท่านรู้จักหินท่านจะเข้าใจโลก  เมื่อมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมามากมายตายไปกลายเป็นฟอสซิล เพิ่มหลักฐานอีกอย่าง ถ้ารู้จักหิน รู้จักฟอลซิลจะรู้จักโลกมากยิ่งขึ้น  เมื่อพูดเรื่องฟอสซิลเลยนึกไปถึงสาเหตุการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ ตั้งสมมติฐานกันหลากหลายแต่ที่ได้รับความเชื่อถือมากสุดคือมีดาวหางหรืออุกกาบาตใหญ่มาชนโลก เกิดกลุ่มควันปกคลุมไปทั่ว ทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ไดโนเสาร์ปรับตัวไม่เป็นจึงสูญพันธุ์ จนมีคำล้อเลียนพวกอนุรักษ์นิยมไม่ชมชอบการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปี เต่าคงเป็นคล้องจองมากกว่าเพราะยังอยู่ยงคงกะพันมาจนถึงปัจจุบัน

หลังจากไปเที่ยวฟาร์มจระเข้ ความคิดเรื่องการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เริ่มเปลี่ยนไป เพราะเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าเขากำหนดเพศจระเข้โดยการกำหนดอุณหภูมิในการฟักไข่ ถ้าต้องการตัวเมียมาก ๆ ก็เพิ่มอุณหภูมิ ถ้าอยากได้ตัวผู้เอาหนังไปทำกระเป๋าก็ลดอุณหภูมิ  ไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลื้อยคลานแบบเดียวกับจระเข้ อาศัยบนโลกในยุคจูแรสซิก ถึงครีเทเชียสหรือ 199-65 ล้านปี นั่นหมายความว่าไดโนเสาร์อยู่บนโลกใบนี้นานถึง134ล้านปี นักธรณีวิทยาจากหลายประเทศทำการวิจัยเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศโบราณโดยศึกษาจากปริมาณของอ๊อกซิเจนไอโซโทป (O 18) ที่ถูกกักเก็บอยู่ในหินและได้ผลตรงกันว่าตอนปลายยุคครีเทเชียส ภูมิอากาศโลกร้อนมาก น้ำทะเลขึ้นสูงทั่วโลก ถ้าไดโนเสาร์เจอภาวะโลกร้อนนานๆ ปริมาณของตัวเมียมากขึ้นเรื่อยๆและสุดท้ายก็เหลือแต่ไดโนเสาร์ตัวเมีย เลยสูญพันธุ์

มนุษย์เกิดขึ้นมาบนโลกไม่นานแต่มีวิวัฒนาการด้านการทำลายล้างเร็วมาก นักวิชาการบางคนเรียกชื่อยุคสมัยที่มีมนุษย์ครองโลกว่ายุคAnthropocene ผมขอเรียกว่ายุคมนุษย์จอมทำลายล้าง  ยิ่งภายหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม การทำลายล้างโลกยิ่งรวดเร็วขึ้น จนมีบางคนเชื่อว่ามนุษ์คือตัวบงการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนโดยทำการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปริมาณมหาศาล ขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ จนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

นักธรณีวิทยาร่วมกับนักวิทยาศาสตร์หลายสาขา ได้ศึกษาวิจัยการหลงเหลืออยู่ของอ๊อกซิเจนไอโซโทปในตะกอนใต้ทะเลลึก แท่งน้ำแข็งขั้วโลก หินงอกหินย้อยในถ้ำ และหินที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ พบว่าในรอบสี่พันปีที่ผ่านมาสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง มีทั้งเกิดภาวะโลกร้อน มีทั้งเกิดยุคน้ำแข็งน้อย(little ice age)และเมื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างภาวะโลกร้อนกับอารยะธรรมของมนุษย์ที่สามารถสืบค้นหลักฐานได้ชัดเจนพบว่ายามใดที่อารยธรรมมนุษย์เจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูเช่น ยุคเฮบรูเอ็กโซดัสในอียิปต์เมื่อ1,100ปีก่อนคริสตกาล ยุคโรมันเรืองอำนาจ เมื่อ ค.ศ.150-300  จะตรงกับการเกิดภาวะโลกร้อน ในขณะที่ยามใดมีภัยธรรมชาติ มีภูเขาไฟระเบิดรุนแรง เช่นภูเขาไฟวิสซูเวียส 250ปีก่อนคริสตกาล ภูเขาไฟกรากะตั้ว เมื่อ ค.ศ.550 และมีการเกิดโรคระบาดมากมาย   จะตรงกับช่วงทีโลกประสบภาวะโลกเย็น

ความจริงไม่ชอบเขียนเรื่องยาว แต่สงสัยตอนเดียวไม่จบ ว่ากันใหม่ตอนหน้า ครับ

 

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

27 กันยายน 2564

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม

lerdsin รวมบทความ เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>