Custom Search

lerdsin-25.  โคลนพุ โคลนพอกหน้า สปาร์โคลน

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

lerdsin-25.  โคลนพุ โคลนพอกหน้า สปาร์โคล

กลางปี พ.ศ. 2547 มีข่าวเล็กๆ 2 ข่าว ลงในหนังสือพิมพ์เล็กๆ 2 ฉบับ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ให้อารมณ์คนละแบบ เกิดเหตุหลุมยุบ นับ10หลุมกลางทุ่งนา วอนหน่วยงานรัฐตรวจสอบ และ สาวอีสานเผยเคล็ดลับหน้าใสใช้โคลนกลางนาพอกหน้าแทนเครื่องสำอางค์ แต่ทั้ง 2 เหตุการณ์ เกิดขึ้นที่เดียวกันคือบ้านสิบเก้าโป่ง อำเภอศรีบุญเรือง หนองบัวลำภู

ก่อนออกตรวจสอบหลุมยุบ ปรึกษากับดร.สมบุญ ว่าสาเหตุการเกิดหลุมยุบนับ10หลุมเกิดจากอะไรแน่ ปรกติแล้วการเกิดหลุมยุบต้องมีโพรงใต้ดิน ไม่ว่าจะเป็นโพรงจากหินปูนหรือโพรงจากเกลือหินก็ได้ แต่จากการตรวจสอบจากแผนที่ธรณีวิทยา พบว่าบริเวณนั้นเป็นหมวดหินภูกระดึงซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินโคลนมีหินทรายแป้งและหินทรายสลับอยู่บ้าง  ไม่มีหินปูนหรือเกลือหินที่จะทำให้เกิดโพรงใต้ดินได้ แล้วหลุมยุบเกิดได้อย่างไร

สภาพพื้นที่ที่ไปตรวจสอบเป็นทุ่งนากว้างใหญ่ ต้นข้าวสีเขียวขจีเต็มท้องทุ่ง แต่มีต้นข้าวสีเหลืองอยู่เป็นหย่อมๆมองดูแปลกตา สอบถามชาวบ้าน บอกว่าพวกเขาเดือดร้อนจากหลุมโคลนที่กระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ ตรงที่เป็นหลุมโคลน ปลูกข้าวพอโตหน่อยก็ตาย หน้าแล้งอาจจะสังเกตยากแต่ถ้าไปเหยียบ ผิวดินจะสั่น เคลื่อนไหวได้เหมือนมีน้ำอยู่ด้านใต้ เคยมีควายเหยียบตกลงไปตาย ยามหน้าฝน จะเห็นโคลนปุดออกมาน่ากลัวมาก เหมือนโคลนเดือด ล้นออกมาจากรูไหลนองไปทั่วเป็นบริเวณกว้าง ต้นข้าวเสียหายตายหมด

จากที่ชาวบ้านเล่าให้ฟัง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่หลุมยุบแล้ว แต่เป็นเรื่องของโคลนผุด หรือโคลนพุ ที่เคยเกิดมาแล้วหลายครั้งในภาคอีสาน ลักษณะโคลนที่ปุดขึ้นมาจากใต้ดินมี2สาเหตุหลักเรียกชื่อต่างกัน คือโคลนภูเขาไฟหรือ mud volcanoแบบที่พบในเยลโล่สโตนปาร์ค สหรัฐอเมริกา เกิดจากความร้อนใต้ดินที่สัมพันธ์กับการเกิดภูเขาไฟ ความร้อนใต้ดินทำให้น้ำเดือดปุดขึ้นมาผิวดินพร้อมนำโคลนขึ้นมาด้วย บ่อโคลนชนิดนี้มักพบคราบสีเหลืองของกำมะถันอยู่ด้วย อีกชนิดคือโคลนผุดหรือโคลนพุ ( mud boil) เกิดจากโคลนชนิดหนึ่งที่ขยายตัวเมื่อถูกน้ำบวกกับระดับน้ำใต้ดินยกระดับสูง พาโคลนขึ้นมาผิวดิน เหตุการณ์ที่พบที่บ้านสิบเก้าโป่ง คือโคลนพุ ไม่ใช่โคลนภูเขาไฟ ถ้าระดับน้ำใต้ดินลดระดับลง โคลนพุก็ไม่เกิด

หลุมที่เกิดจากโคลนพุ มีมากกว่า 20 หลุม ส่วนใหญ่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง1เมตรใหญ่สุดไม่เกิน 3 เมตร จากการใช้ไม้แยงลงไปในบ่อโคลนพบว่าลึก 2 เมตร พบชาวบ้าน 2-3 คนกำลังใช้ถังตักขึ้นโคลนขึ้นมาจากบ่อโคลนขนาดใหญ่ เขาบอกเอาไปขายมีคนซื้อไปพอกหน้า  นึกถึงข่าวหนังสือพิมพ์  นึกถึงคำพูดของคุณปกรณ์ อดีตนักล่าโพแทชของกรมทรัพยากรธรณี ที่บอกว่าเจอโคลนเกลือที่ชัยภูมิ มีคุณสมบัติเหมือนโคลนทะเลแดงใช้ด้านเสริมความงาม  นำตัวอย่างโคลนไปวิเคราะห์ทางเคมีในห้องปฏิบัติการลงทุนซื้อ dead sea mud ที่ในเวลานั้นขายดี มีสรรพคุณพอกหน้าเนียน มา 1 กระปุก เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบพบว่าส่วนใหญ่เหมือนกัน มีที่ต่างกันคือค่าความเป็นด่างของโคลนที่เก็บมาสูงมากแต่ปริมาณของสารหนูน้อยกว่า  ความเป็นด่างสูงนี่เองที่ทำให้ต้นข้าวตาย ไม่มั่นใจว่าการนำไปใช้พอกหน้าจะก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่ แต่ถ้ามีการเติมสารลดความเป็นด่างของโคลนคงจะดี  โดยรวมแล้ว โคลนที่บ้านสิบเก้าโป่งมีเนื้อเนียนมาก มีคุณสมบัติที่จะ ทำเป็นโคลนพอกหน้าได้ดี ความคิดแว๊ปขึ้นมา เปลี่ยนอาชีพดีไหม ขายโคลนพอกหน้าหรือทำสปาร์โคลนดี ถ้าจัดการพื้นที่ใหม่ให้คนลงไปยืนแช่โคลนในหลุม มีหลายหลุมเสียด้วย คงเป็นแหล่งสปาร์โคลนชื่อดังของประเทศแน่นอน แล้วหน้าแล้งทำไงดี  โคลนไม่ผุดขึ้นมา เติมน้ำสิ สมองวุ่ยวายไปหมด เอาเงินทุนจากไหนล่ะ หรือไปหาผู้ร่วมทุน เพิ่งรู้ว่าทำไมชีวิตนักธุรกิจถึงอยู่นิ่งไม่ได้ แค่คิดยังวุ่นวายขนาดนี้ ถ้าลงมือทำจะต้องเครียดขนาดไหน  ลงท้ายไม่ทำดีกว่า อยู่แบบเดิมน่าจะสร้างประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่า อีกอย่าง เรามันจน จนเคยตัวแล้ว เดี๋ยวรวยจะทำตัวไม่ถูก

ในปี 2550 ดร.สมบุญ ได้สอบถามความคิดเห็นชาวบ้านว่าต้องการให้ทำอะไร จะแก้ไขปัญหาไม่ให้มีโคลนพุเพื่อให้เพาะปลูกได้เต็มพื้นที่หรือต้องการใช้ประโยชน์โคลน ชาวบ้านลงมติว่าต้องการแก้ปัญหา อยากทำนามากกว่า เลยเลือกจุดต่ำสุดขุดบ่อบาดาล  ชาวบ้านได้น้ำใช้อีกในหน้าแล้ง เมื่อระดับน้ำใต้ดินลดลง ปรากฏการณ์โคลนพุก็หายไปด้วย เมื่อต้นปี 2563 ติดตามข่าวปรากฏการณ์โคลนพุ ที่นครราชสีมาอย่างใจจดใจจ่อ เฝ้าดูน้อง ๆ เข้าตรวจสอบและทำความเข้าใจกับชาวบ้านได้เห็นผู้บริหารกรมฯแถลงข่าวให้สาธารณชนได้รับทราบสถานการณ์ มันเป็นความสุขของผู้สูงวัย ที่เห็นคนรุ่นใหม่มีศักยภาพในการทำงานสูงจนทำให้กรมทรัพยากรธรณีมีที่ยืนในสังคมอย่างมั่นคง

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

26 กันยายน 2564

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม

lerdsin รวมบทความ เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>