Custom Search
Nares_นักธรณีวิทยาในหนังฝรั่ง ตอน 6 บทบาทนักธรณีวิทยาที่ว่ากันว่า “ชั่วร้าย” ที่สุด
 
 
  
โดย อาจารย์นเรศ สัตยารักษ์ : https://www.facebook.com/nares.sattayarak
 
Nares_นักธรณีวิทยาในหนังฝรั่ง ตอน 6 บทบาทนักธรณีวิทยาที่ว่ากันว่า “ชั่วร้าย” ที่สุด
 
ปีค.ศ. 2007 มีภาพยนตร์เรื่อง “There Will Be Blood” ออกฉาย มีชื่อภาษาไทยที่ข้าพเจ้ายังไม่เข้าใจเจตนาของผู้ตั้งว่าทำไมจึงเป็น “ศรัทธาฝังเลือด” พระเอกของภาพยนต์เรื่องนี้ เป็นนักธรณีวิทยาชื่อ Daniel Plainview อดีตเจ้าหน้าที่ของสำนักธรณีวิทยามลรัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา อดีตคนงานเหมืองเงิน และเจ้าของบริษัทน้ำมัน ดาราที่แสดงเป็นพระเอกนี่ แสดงได้ดีจนได้รับรางวัลออสการ์ ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยมประจำปี ค.ศ. 2007 ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าเขาได้รับบทบาทที่มีโอกาสแสดงความสามารถในการแสดงได้อย่างเต็มที่ เพราะนี่คือบทบาทที่ สภากาแฟนักธรณีฯโลก ยกให้เป็นตัวละครนักธรณีฯ ที่ชั่วร้าย ละโมบโลภมาก และเห็นแก่ได้เป็นที่สุด ชนิดที่ว่าถ้าเขาเป็นคนไทยละก็ คณะกรรมการวิชาชีพธรณีวิทยาของประเทศไทยคงไม่ออกใบประกอบวิชาชีพให้แก่เขาแน่นอน (ฮา)
เรื่องราวของหนังเกิดขึ้นในช่วงปีค.ศ. 1910-30 หลังจากลาออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และผิดหวังจากการทำเหมืองแร่เงินแล้ว พระเอกก็เปลี่ยนอาชีพไปเป็นนักสำรวจขุดเจาะบ่อน้ำมัน (กฎหมายว่าด้วยที่ดินที่สหรัฐอเมริกานั้นไม่เหมือนของไทยเรานะครับ ที่นู่นเจ้าของที่ดินจะเป็นเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ใต้ที่ดินของเขา ในขณะที่บ้านเรานั้น ทรัพยากรธรณีทุกอย่างเป็นของรัฐ) วันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเจาะ คนงานคนหนึ่งเสียชีวิต ทิ้งลูกชายอายุไม่กี่ขวบที่เขานำมาเลี้ยงและอาศัยอยู่ในฐานแท่นเจาะเอาไว้ พระเอกได้รับเอาเด็กคนนั้นมาเลี้ยง และทำให้ใครต่อใครเชื่อว่านี่คือลูกแท้ๆ ของเขา เขาจะกะเตงเด็กน้อยไปด้วยทุกที่ ทุกครั้ง ที่เขาจะไปขออนุญาต หรือหว่านล้อมเจ้าของที่ดินในการยินยอม ให้เขาเข้าไปเจาะหลุมสำรวจน้ำมันในที่ดินที่เขาเห็นว่ามีศักยภาพ และเหตุผลที่จริงของเขาในการอุปถัมภ์เด็กน้อย ก็จะเป็นไปตามยุทธวิธีของเขาที่ว่า "I Needed A Sweet Face To Buy Land."
เขาประสบความสำเร็จในการค้นหาน้ำมันดิบพอสมควร จนกระทั่งวันหนึ่ง มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาขอค่าตอบแทนแลกกับการบอกตำแหน่งสถานที่ที่น่าจะมีแหล่งน้ำมันซ่อนอยู่ใต้ดิน ในทุ่งที่ค่อนข้างจะแห้งแล้งในพื้นที่ของนครลอสแอนเจลิส พระเอกพาลูกในอุปถัมภ์ของเขาเดินทางไปสถานที่ดังกล่าว จากเล่ห์เหลี่ยม และวิธีการที่ฉลาดแกมโกง กับการกระทำทุกวิถีทางที่จะสร้างความได้เปรียบ ได้ประโยชน์ และความร่ำรวยให้แก่ตัวเอง เขาก็ซื้อที่ดินผืนนั้นได้ แลกกับคำสัญญาลมๆ แล้งๆ บางประการให้แก่เจ้าของที่ดิน เขาประสบความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง โดยการค้นพบแหล่งน้ำดิบแหล่งใหญ่ แต่ก็แลกมาด้วยกับอุบัติเหตุที่ทำให้ลูกชาย(ปลอม)ของเขาหูหนวก สูญเสียความสามารถในการได้ยิน และนั่นเป็นที่มาของคำพูดอีกหนึ่งประโยคของเขา ที่แสดงถึงการเป็นคนที่เอาตัวเองเป็นใหญ่ ไม่สนใจ หรือคำนึงถึงหัวอกหัวใจผู้อื่น นั่นคือประโยคที่ว่า "I've abandoned my boy!"
ความสำเร็จของเขาทำให้ทั้งเอสโซ่ (สมัยนั้นยังชื่อ สแตนดาร์ด ออยล์) และยูโนแคล (ยูเนียน ออยล์) พยายามเข้ามารวบกิจการ แต่เขาปฏิเสธ และแก้ปัญหาโดยการขนส่งน้ำมันดิบไปตามท่อที่วางทอดบนผืนดิน จากแหล่งไปลงทะเลที่มหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยกลยุทธ์นี้ เขาจึงไม่ต้องพึ่งพาโรงกลั่นน้ำมันของยักษ์ใหญ่ทั้งสอง อีกทั้งไม่ต้องพึ่งพาอาศัยบริการของรถไฟ
ในธุรกิจการสำรวจและผลิตน้ำมันของเขานั้น เขาต้องต่อรองกับเจ้าของที่ดินหลายราย รวมทั้งนักบวชหนุ่มคนหนึ่ง ผู้ที่พยายามแสดงตนให้ผู้คนทราบและยอมรับว่า เขาเป็นผู้ที่ยึดมั่นและศรัทธาในพระคริสต์ นอกจากนั้น พระหนุ่มได้ตั้งตัวเป็นผู้ช่วยเหลือชาวบ้านในการเจรจาต่อรอง หรือต่อสู้ไม่ให้เสียเปรียบพระเอกในด้านธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ดินแปลงหนึ่งที่หลงเหลือเป็นไข่แดงอยู่ ล้อมรอบด้วยที่ดินที่พระเอกกว้านซื้อ หรือเช่าไปหมดแล้ว นักบวชคนนั้นคิดว่าที่ดินแปลงที่เหลือนี้ จะเป็นไม้ตายของเขาในการจะยกขึ้นมาใช้เพื่อเจรจาต่อรองกับพระเอก
ในปีค.ศ. 2007 ภาพยนต์เรื่องนี้ได้ก่อให้เกิดคำพูด 2 ประโยค ที่ฮ๊อตฮิตทั่วสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักธรณีวิทยาปิโตรเลียม ประโยคแรกนั้นล้อมาจากชื่อหนังได้แก่ ประโยคที่ว่า “There will be beer” “เดี๋ยวต้องมีเบียร์(แจก)” และอีกประโยคหนึ่งที่ปรากฎในตอนท้ายของภาพยนต์เรื่องนี้ ระหว่างการต่อสู้ของตัวแสดงนำทั้งสองคน นั่นคือประโยคที่ว่า "I Drink Your Milkshake!" “ข้าดูดนมปั่นของเอง!” ซึ่งมาจากบทที่พระเอกพูดกับนักบวชคนนั้น ที่มีเนื้อหาทำนองว่า
“เองมีนมปั่น ข้าก็มีนมปั่น”
“ข้ามีหลอดดูด หลอดข้ายาว ยาวววข้าม….ม...มห้อง”
“ข้าก็เลยดูดนมปั่นของเอง ข้าดูดนมปั่นของเองหมดแล้ว ไอ้หนุ่ม”
และนี่คือบทนักธรณีวิทยา ที่เซียนคีย์บอร์ดทั่วโลกให้ความเห็นว่า เลวร้ายที่สุด ที่ปรากฏในหนังฝรั่ง เห็นด้วยไหมครับ พ่อแม่พี่น้อง
 

 

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม
------------------------------------------------

 

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>