Custom Search
Nares_ขุดกรุ ชาละวัน ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี
 
 
  
โดย อาจารย์นเรศ สัตยารักษ์ : https://www.facebook.com/nares.sattayarak
 
Nares_แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน
 
 
ภาพบานนี้ที่ท่านเห็น คือภาพหน้าปกของนิตยสารรายเดือนของกรมทรัพยากรธรณี ชื่อ “ข่าวสารการธรณี” ฉบับที่ 6 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2524 ซึ่งภายในหนังสือเล่มนี้มีบทความชื่อ “ขุดกรุ ชาละวัน ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี” เขียนโดย “ค้อนทู่ คู่เข็มทิศ” เนื้อหาจะพูดถึงการชิมลางการสำรวจค้นหาซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลังเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ของคณะสำรวจร่วมไทย-ฝรั่งเศส ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2522 ผลของการสำรวจในครั้งนั้น นับว่าประสบความสำเร็จสูงมาก เพราะแม้ว่าจะใช้เวลาเพียง 7 วัน แต่ก็ค้นพบซากกระดูกที่น่าสนใจหลายชิ้น รวมทั้งกระดูกขากรรไกรล่างของจระเข้น้ำจืดขนาดยักษ์เพิ่มเติม จากชั้นหินเดียวกันกับที่ข้าพเจ้าค้นพบในปีค.ศ. 1979 ซึ่ง Buffetaut and Ingavat (1980) ระบุว่า นี่เป็นฟอสซิลพันธุ์ sunosuchus เช่นเดียวกับที่พบที่จีน แต่ลักษณะโดยรวมแตกต่างไป จึงตั้งให้เป็นจระเข้ชนิดใหม่ว่า sunosuhcus thailand และภาพวาดกระดูกในหน้าปกข่าวสารฉบับนี้ คือภาพวาดของกระดูกชิ้นที่ข้าพเจ้าค้นพบ ซึ่งมีความยาว 86 ซม.
ผลของการค้นพบเพิ่มเติมทำให้เราทราบว่า กระดูกสามชิ้นที่ต่อกันแล้วเหมือนในภาพวาดนั้น คือส่วนต้นของขากรรไกรล่างด้านขวา ส่วนที่พบใหม่เป็นขากรรไกรล่างด้านขวาส่วนปลาย และขากรรไกรล่างด้านซ้ายที่ครบสมบูรณ์ทั้งหมด คิดเป็นความยาวรวมประมาณ 1.2 เมตร จึงพอคำนวณได้ว่าจรเจ้ตัวนี้ยาวประมาณ 7 เมตร และต่อมา Martin et al. (2013) ก็ได้เสนอว่านี้เป็นจระเข้พันธุ์ใหม่ ไม่ใช่พันธุ์เดียวกับที่พบที่จีนเหมือนที่คิดไว้ในตอนต้น จึงได้ตั้งชื่อพันธ์ใหม่ว่า “ชาละวัน” ดังนั้นจระเข้ตัวนี้จึงมีชื่อใหม่ว่า “chalawan thailandicus” นะครับ พ่อแม่พี่น้อง
ภาพวาดหน้าปกนี้วาดขึ้นตามโครงร่างที่ข้าพเจ้าเสนอ จะเห็นว่าในจิตนาการของจิตรกรนั้น จะมีภูเขาอยู่เบื้องหลังจระเข้ตัวนี้ แต่ปัจจุบันนี้ ข้อมูลจากการวัดคลื่นไหวสะเทือนในขั้นหินบอกให้เรามั่นใจว่า ในยุคสมัยที่หมวดหินภูกระดึงตกสะสมตัว จนถึงหมวดหินมหาสารคามนั้น แผ่นดินอีสานจะเป็นที่ราบสุดลูกหูลูกตา ไม่มีภูเขาเลย ถ้าท่านผู้อ่านติดตามภาพวาดเกี่ยวกับสัตว์ล้านปีในไทยนั้น จะไม่มีภูเขาเป็นฉากหลังเลย ยกเว้น ทิวทัศน์ในยุคของหมวดหินห้วยหินลาด กับหมวดหินน้ำพอง ที่อาจพบเห็นว่ามีภูเขาอยู่ข้างหลังได้บ้าง
 

 

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม
------------------------------------------------

 

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>