Custom Search

lerdsin-20 หินติดไฟ

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

lerdsin-20 หินติดไฟ


เมืองไทยนี้ดีมีข่าวแปลกๆเสมอ นักข่าวมีความสามารถนำเสนอข่าวธรรมดาให้น่าสนใจโดยโยงไปให้เกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับ หรือไสยศาสตร์ มนต์ดำ ถ้าข่าวนั้นได้รับความสนใจ มีการขยายข่าวเล่นข่าวได้หลายวัน 
วัตถุประหลาดลุกเป็นไฟได้เอง  ข่าวลักษณะนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว แต่วันสองวันก็จบ จนกระทั่งในปี พ.ศ.2538 ปีที่เมืองไทยมีเศรษฐกิจรุ่งเรือง ปีที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง มีข่าววัตถุประหลาดลุกเป็นไฟขึ้นมาอึกครั้ง แต่ครั้งนี้การพาดหัวข่าวเปลี่ยนไป  "หินแม่น้ำโขงติดไฟได้เองชาวบ้านเชื่อเป็นอาถรรพ์ของพญานาค" อาจเป็นเพราะข่าวนี้เกิดขึ้นที่ริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของพญานาค  ปรากฏว่ากลายเป็นข่าวดัง มีการร้องขอให้กรมทรัพยากรธรณี เข้าตรวจสอบว่าเป็นหินชนิดใด  ชาวบ้านที่พบได้เก็บรักษาไว้และเอามาแสดงให้ผู้สนใจได้ชมความลี้ลับที่สามารถลุกเป็นไฟ
เหมือนเช่นทุกครั้ง ก่อนเข้าพื้นที่ได้ศึกษาความเป็นไปได้ว่ามีสสารที่อยู่ในสภาวะของแข็งชนิดใดบ้างที่ติดไฟได้เอง  รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่หินที่เกิดตามธรรมชาติแน่ แม้ตามข่าวจะเอ่ยคำว่า "หินติดไฟ" ก็ตาม เพราะมีคำว่า "หิน"นี่แหละ นักธรณีวิทยาเลยต้องไปดู หลังจากที่ค้นหาในห้องสมุดอยู่ครึ่งวันก็มาสะดุดกับคำว่า "ฟอสฟอรัสขาว" ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงที่สุดกับหินติดไฟที่เป็นข่าว พอมีความรู้ติดตัวก่อนเข้าพื้นที่และนึกขอบคุณนักข่าวที่ทำให้มีความรู้เพิ่ม
เมื่อเข้าถึงพื้นที่  นักข่าว รีบเข้ามารุมถาม คาดคั้นจะเอาคำตอบ คงคิดว่าถ้าเป็นเรื่องหิน ต้องตอบได้ ความจริงหินบนโลกแม้จะแบ่งเป็น3ประเภทคือหินอัคนี หินตะกอนและหินแปร แต่สามารถแบ่งย่อยออกได้อีกเป็นหลายร้อยหลายพันชนิด  ที่สำคัญ วัสดุที่มาตรวจ คงไม่ใช่หิน ที่เกิดตามธรรมชาติ บอกนักข่าวขอเวลาตรวจสอบเบื้องต้นก่อน ถ้ายังไม่ชัดเจนอาจต้องขออนุญาตนำหินไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ ท่ามกลางผู้สื่อข่าวและชาวไทยที่กำลังมองหาตัวเลขไปเสี่ยงโชค เจ้าของหินได้นำโถใส่น้ำที่ด้านล่างมีของแข็งชนิดหนึ่งอยู่ด้วย เขาใช้คีมหนีบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา สังเกตุเป็นวัตถุสีขาวอมเหลือง หรือสีครีมสกปรก ขนาดไม่เกิน5 เซนติเมตร มาวางบนกระดาษหนังสือพิมพ์  เพียงแค่อึดใจเดียว มีควันพวยพุ่งและกระดาษหนังสือพิมพ์และวัตถุชิ้นนั้นก็ลุกติดไฟสมกับคำว่า "หินติดไฟ"จริงๆ ชาวบ้านครางฮือแต่ผมยิ้ม ก็ทุกอย่างต้องตามตำราที่ที่เพิ่งอ่านมา ฟอสฟอรัสขาว เป็นสารสังเคราะห์ที่มีจุดติดไฟที่อุณหภูมิห้อง หรือ25องศาเซลเซียส การเก็บรักษาจึงต้องแช่น้ำตลอดเวลา มีการคิดค้นเพื่อนำไปใช้ทำระเบิดควันในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 ก่อนมาได้โทรศัพท์ไปขอความรู้เพิ่มเติมจากเจ้าหน้าทึ่ของกระทรวงกลาโหม เขาบอกว่ามีการนำฟอสฟอรัสขาวมาทำระเบิดเคมี ใช้ในสงครามเวียตนาม เมื่อสงครามยุติอย่างรวดเร็ว สารเคมีเหล่านี้ต้องทำลายทิ้ง แต่ก็คงทำลายได้ไม่หมด ต้องเก็บซ่อนไว้ในที่ต่างๆ แต่เมื่อผ่านไปหลายปี ฟอสฟอรัสขาวจะเสื่อมสภาพไปเอง เขาสันนิษฐานว่าคงมีการลักลอบนำเข้ามาเพื่อมุ่งหวังประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่ง ได้ติดต่อขอตัวอย่างฟอสฟอรัสขาวมาไว้ที่ห้องปฏิบัติการของกรมทรัยากรธรณีด้วย  เมื่อมั่นใจจึงหันมาตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าวัตถุที่มาตรวจไม่ใช่หินแต่เป็นสารสังเคราะห์ ที่สำคัญสารชนิดนี้เป็นยุทธปัจจัย ใครมีไว้ครอบครองถือว่าผิดกฏหมาย
นักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี ได้มีโอกาสตรวจสอบหินติดไฟอีกหลายครั้ง เคยสาธิตให้ดูถึงวิธีการหลอกลวงขายสมุนไพรเย็น โดยเอามือแช่น้ำไว้สัก10นาที ถือสมุนไพร แล้วเอาฟอสฟอรัสขาวมาวางจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น รีบหยิบไปวางบนกาบมะพร้าว ครู่เดียว ฟอสฟอรัสขาวลุกติดกาบมะพร้าวทันที  เคยเชิญผู้สื่อข่าวมาพิสูจน์ความลี้ลับในหลายแง่มุม  แต่ข่าวเกี่ยวกับหินติดไฟก็ย้งปรากฎให้เห็นอยู่เนืองๆ เพียงแต่มีรายละเอียดเปลี่ยนไป อาทิ    "ผวาไฟไหม้บ้านวันเดียว4ครั้งเชื่อเป็นอาถรรพ์"  "ร้านขายโลงศพเจอสิ่งลี้ลับ ไฟไหม้10ครั้งโดยไร้สาเหตุ"    "ชาวบ้านผวาอาถรรพ์ หินลุกเป็นไฟต่อหน้า"  พวกเราคงต้องเสพข่าวลักษณะนี้ต่อไปตราบที่สื่อมวลชนไทยยังไม่ยอมปฏิรูปตัวเอง

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

21 กันยายน 2564

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม

lerdsin รวมบทความ เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>