Custom Search

lerdsin-15 สารเคมีตรวจสอบความศักดิ์สิทธิ์ของหิน

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

lerdsin-15 สารเคมีตรวจสอบความศักดิ์สิทธิ์ของหิน

"หินศักดิ์สิทธิ์ ลอยน้ำได้ รักษาสารพัดโรค" เป็นข่าวพาดหัวในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2536 ที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ในข่าวระบุว่าชาวบ้านพบหินที่สามารถลอยน้ำได้ ขณะพายเรือจับปลาอยู่ในป่าชายเลน จึงเก็บมาไว้ที่บ้านและจัดแสดงให้ชาวบ้านได้เห็นความแปลกประหลาด เมื่อมีคนเอาน้ำที่แช่หินไปดื่มกิน ปรากฏว่าสารพัดโรคภัยไข้เจ็บ อาทิ โรคอัมพฤกษ์ เจ็บหลัง ปวดขา หายไปอย่างรวดเร็วราวกับมีปาฏิหาริย์
     
ข่าวดังเกี่ยวกับเรื่องหินแร่ หรือปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่ไม่ผูกโยงไปถึงเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธาทางศาสนา กรมทรัพยากรธรณีจะเข้าตรวจสอบเพื่อเผยแพร่ข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับรู้  ผมได้รับคำสั่งให้เข้าตรวจสอบทันที เมื่อไปถึงพื้นที่ พบผู้คนเกือบร้อยกำลังต่อแถวซื้อน้ำที่ใช้แช่หินศักดิ์สิทธิ์ ราคาถุงละ20บาท(ขนาดเท่าถุงพลาสติกใส่โอเลี้ยง) ต้องรออยู่จนผู้คนบางตา จึงได้เข้าไปขออนุญาตเจ้าของเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นหินอะไร ทำไมถึงลอยน้ำได้ ตอนแรก เจ้าของไม่อนุญาต ผมบอกว่ามีสารเคมีชนิดพิเศษ สามารถตรวจสอบความศักดิ์สิทธิ์ของหินได้ ต่อรองกันสักพัก เจ้าของอนุญาตแต่มีข้อแม้ว่าต้องไปกล่าวขอขมาหินศักดิ์สิทธิ์ก่อน โอย..ยากจริง ขออธิษฐานในใจ ว่าแล้วก็เข้าไปยืนนิ่งอยู่หน้ากะละมังใหญ่ใส่น้ำเต็ม มีก้อนหินขนาดเท่าลูกรักบี้ รมควันดำ ปิดด้วยทองคำเปลวไว้ประปราย ลอยน้ำได้จริง  "ไอ้ก้อนหิน กรูมาตรวจสอบ คงไม่ขอขมาหรอกนะ" ไม่
รู้ว่าคิดได้ไง เอ๊ะ ใครบ้ากันแน่ ว่าแล้วก็ควักสารเคมีชนิดพิเศษบรรจุอยู่ในขวดแบบเดียวกับที่ใส่ยาหยอดตาออกมาหยดใส่หิน ความจริง ก็มีคำตอบอยู่ในใจแล้ว ว่าคงเป็นหินภูเขาไฟชนิดหนึ่งที่เรียกว่า พัมมิซ หรือ สะคอเรีย  มีรูพรุนมาก จึงทำให้ลอยน้ำได้ และคาดว่าเป็นหินที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟยักษ์โทบา บนเกาะสุมาตรา เมื่อเจ็ดหมื่นเจ็ดพันปีที่ผ่านมาจนทำให้เกิดทะเลสาบใหญ่บนปากปล่องภูเขาไฟที่ถูกทำลายจากการระเบิด   ฝุ่นภูเขาไฟลอยอยู่บนท้องฟ้าบดบังแสงอาทิตย์อยู่นานหลายสิบปีเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างมากจนมีนักโบราณคดีบางคนเชื่อว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของการสูญพันธุ์ของมนุษย์นีแอนเดอทราล หินพัมมิซที่เกิดจากการระเบิดครั้งนี้ลอยมาในมหาสมุทรอินเดียจากเกาะสุมาตราเหนือมาติดป่าชายเลนที่กลันตังที่อยู่ห่างออกมาเพียง500กิโลเมตร

นอกจากหินพัมมิซแล้วก็ยังมีประการังบางชนิดที่สามารถลอยน้ำได้เหมือนกัน การรมควันดำทำให้มองไม่ออกว่าเป็นหินพัมมิซหรือปะการัง แต่สารเคมีที่เตรียมมาจะให้คำตอบได้ดีที่สุด เพราะมันคือกรดเกลือเจือจาง เมื่อหยดลงไป ถ้าเป็นปะการังที่มีส่วนประกอบหลักคือแคลเซียมคาร์บอเนต จะทำปฏิกิริยา เกิดก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เป็นฟองปุดขึ้นมา แต่ถ้าเป็นหินพัมมิซ จะไม่มีปฏิกิริยาใดเกิดขึ้น

ผลเป็นไปตามคาด เมื่อหยดกรดเกลือลงไป ทุกอย่างนิ่งสนิท เพื่อให้เจ้าของได้เห็นความแตกต่าง จึงไปหยิบก้อนหินที่ใช้ถมถนนซึ่งก็คือหินปูนที่มีส่วนประกอบเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตเหมือนปะการัง มาหยดใส่ เกิดฟองฟู่ทันที แม้ไม่ได้พูดอะไร แต่เจ้าของคงได้เห็นความแตกต่างระหว่างหินศ้กดิ์สิทธิ์ของตนเองกับหินถมถนนได้ดี หลังจากเข้ามาตัวเมืองตรัง ได้ประสานกับสาธารณสุขจังหวัดเพื่อแจ้งให้ประชาชนว่าไม่ควรกินน้ำแช่หิน ไม่ได้เป็นผลมาจากกรดเกลือเจือจาง เพราะหยดใส่ไปนิดเดียว เจ้าของเติมน้ำในกะละมังทุกวัน แต่น้ำแช่หินพัมมิซไม่น่าจะมีสรรพคุณรักษาสารพัดโรคได้จริง

เมื่อตรวจสอบเสร็จต้องรีบกลับกรุงเทพฯเพื่อรายงานผลเพราะอธิบดีฯต้องให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในวันรุ่งขึ้น รีบไปสนามบินตรังเพื่อให้ทันเที่ยวเย็น เมื่อไปถึง เครื่องบินอยู่บนรันเวย์แล้ว ติดต่อเจ้าหน้าที่ คงเป็นด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของหินลอยน้ำหรือไม่ ไม่ทราบได้ แต่เจ้าหน้าที่ วิทยุไปขอให้นักบินรอผู้โดยสารอีกคน ตอนเดินขึ้นเครื่อง ไม่กล้ามองสบตาใครเลย

วันให้สัมภาษณ์ ต้องไปขอยืมตัวอย่างหินพัมมิซจากนักธรณีวิทยาท่านหนึ่งเพื่อเอามาแสดงให้เห็นชัดเจน ขนาดเล็กกว่าก้อนที่เป็นข่าวเล็กน้อย หาถังใส่น้ำ เอาหินพัมมิซใส่ลงไปกดไว้ใต้น้ำ ปล่อยมือ มันก็ลอยขึ้นมา  หลังจากการสัมภาษณ์เสร็จสิ้น เจ้าของมาขอคืนเพราะหินพัมมิซก้อนใหญ่หายาก  ปรากฏว่าหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่รู้ว่าไปแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อยู่ที่ใด  รับปากด้วยความมั่นใจว่าจะหามาคืน  เพราะเหตุการณ์ภูเขาไฟปินาตุโบ บนเกาะลูซอน ฟิลิปปินส์ เพิ่งระเบิด เมื่อ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2534 หินพัมมิซ น่าจะลอยมาขึ้นฝั่งอ่าวไทยแล้ว  ซึ่งก็เป็นจริง พบหินพัมมิซ ก้อนใหญ่กว่าที่ยืมมาเสียอีกอยู่ในกอผักบุ้งทะเล หาดแฆแฆ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานีในอีก2เดือนต่อมา

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

2 กันยายน 2564

---------------------------------------------

คำเตือน

- บทความนี้ นำมาจากแนวคิดนักวิชาการที่มีการนำเสนอผ่านสื่อที่น่าสนใจ นำมารวบรวมเพื่อใช้ประกอบในการศึกษาด้านธรณีวิทยา และใช้แลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเรียนรู้ในงานด้านธรณีวิทยา (Geology) ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือประกอบในทางกฏหมายได้ โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

------------------------------------------------
------------------------------------------------
สนใจดูบทความเพิ่มเติม

lerdsin รวมบทความ เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>