Custom Search

lerdsin-14 เพชรพญานาค

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

เมื่อปี 2545 รองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ได้ส่งตัวอย่างหิน 3 ก้อนมาให้กรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบ ขนาดใหญ่สุด ประมาณเท่าลูกรักบี้ หนักเกือบ 5 กิโลกรัม ผิวนอกถูกรมควันจนดำ เมื่อจับเขย่าจะมีเสียงดัง แสดงว่าด้านในกลวงและมีวัสดุแข็งอยู่ด้วย ความจริง ลักษณะหินแบบนี้ กรมทรัพยากรธรณีเคยตรวจสอบหลายครั้งแล้ว เป็นวัสดุที่ชาวบ้านเรียกกันว่า เพชรพญานาค เชื่อกันว่าเป็นวัตถุมงคลที่สามารถปกปักรักษาผู้ครอบครองให้ปราศจากซึ่งภยันตรายใดๆทั้งปวง กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในภาคอีสานและภาคกลาง ราคาซื้อขายไม่มีมาตรฐานตายตัว ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและบุญญาบารมีของ
ผู้ซื้อ หลังจากเอาตัวอย่างหินไปแช่น้ำทำความสะอาดลบคราบควันดำออกไปก็พบว่าก้อนหินดังกล่าวไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกันตลอด มีรอยต่อชัดเจนมาก เมื่อย่อยหินด้านนอกเพื่อดูวัสดุภายในให้ชัดเจน พบก้อนแร่ขาวใสส่งประกายแวววาวคล้ายเพชรมีขนาดเท่าไข่ไก่เบอร์3 ใหญ่กว่าไข่นกกระทา ถ้าเป็นเพชรแท้ ราคาหลายสิบล้านแน่นอน ภายหลังการตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย จึงทราบว่า เป็นเพชรรัสเซียหรือเรียกให้เป็นผู้ทรงภูมิว่าแร่เซอร์โคเนีย ราคาซื้อขายในสมัยนั้นตกกิโลกรัมละ4พันบาท หลังจากทราบผล ได้สั่งให้กรมทรัพย์ตรวจสอบขบวนการทำเพชรพญานาค เพื่อชี้แจงให้สังคมทราบเพราะนี่คือการหลอกลวงประชาชน

การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล เราแบ่งออกเป็น2ทีม โดยทีม1ไปเดินตรวจสอบแหล่งซื้อขายเพชรรัสเซียที่ซอยวัดเกาะ เยาวราช พบว่า ราคาถูกไม่น่าเชื่อ เจียรนัย(กลึง)แล้วเป็นรูปหัวใจ ขนาดเม็ดถั่วแดง ขายเม็ดละ2.50บาท แต่ต้องซื้อ 100เม็ดขึ้นไป มีตัวเลขที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ในปี พ.ศ.2544 มีการนำเข้าเพชรรัสเซีย หมื่นกว่าล้านบาท แต่มีการส่งออกอัญมณีที่มีเพชรรัสเซียเจียรนัยสวยงามเพียงแปดพันกว่าล้านบาท แสดงว่าเพชรรัสเซียจำนวนมาก ถูกนำมาใช้ภายในประเทศ หนึ่งในนั้นคงเอามาทำเพชรพญานาคนั่นเอง

ทีมที่ 2 ต้องไปสำรวจแหล่งผลิตเพชรพญานาค การเข้าพื้นที่ยากและอันตรายมาก ต้องพึ่งใบบุญหลวงพ่อให้ช่วยพาไป เป็นหมู่บ้านเล็กๆใกล้เทือกเขาภูพาน รอยต่อ3จังหวัด กาฬสินธุ์ อุดรธานี และสกลนคร สภาพหมู่บ้านเหมือนกับบ้านในชนบทของอีสานทั่วไป แต่ที่แตกต่างคือเกือบทุกบ้านมีจานดาวเทียม แสดงว่าเศรษฐกิจดีทีเดียว ด้วยบารมีของหลวงพ่อที่พาเราไป ทำให้ได้เห็นกระบวนการทำเพชรพญานาคที่ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนหรือผ่านกระบวนการปลุกเสกอะไรเลย เริ่มต้นจากการนำเอามวลสารพอก(ก้อนหินที่กลวงกลาง เกิดตามธรรมชาติ พบมากในหินทรายที่โผล่อยู่ทั่วไปในภาคอีสาน) มาตอกให้แตกแล้วใส่เพชรรัสเซียเข้าไป ใช้กาวตราช้างประสานให้มวลสารพอกมีสภาพคล้ายเดิม แล้วจึงเอาไปรมควัน เพื่อไม่ให้เห็นรอยเชื่อมจากกาว เป็นอันเสร็จสิ้น ได้เพชรพญานาคอันศักดิ์สิทธิ์ ที่มีอิทธิฤทธิ์หลายประการพร้อมขายให้กับผู้มีบารมีได้ครอบครอง ยิ่งบารมีสูง ยิ่งต้องจ่ายแพง โดยทั่วไปจะมีราคาหลักพันถึงหลักหมื่น แต่ถ้าบารมีสูงจริง จะพบเพชรเม็ดใหญ่มาก แบบก้อนที่กำลังตรวจสอบราคาถึงหลักแสน ต้นทุนไม่น่าจะเกิน100 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเพชรรัสเซียและกาวตราช้างซึ่งเป็นสินค้าหายาก สำหรับมวลสารพอก ไม่มีขาย ต้องไปตระเวณหาเอาเอง อันนี้ก็อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้อีก ว่าเป็นไข่พญานาค ต้องมีบารมีสูงส่งจริงๆถึงพบ ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ก้อนหินทรายที่มีอยู่กลาดเกลื่อนในภาคอีสานเอามากลึงให้มีรูหลังจากใส่เพชรรัสเซียเข้าไปแล้ว ก็เอาเศษหินทีกลึงออกมาผสมกาวยัดใส่เข้าไปใหม่เพื่อให้ดูกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน แต่รูปทรงภายนอกจะไม่สวยเหมือนมวลสารพอกที่เกิดตามธรรมชาติ สุดท้ายต้องรมควันให้ดำเพื่อกลบเกลื่อนรอยเชื่อมและดูมีมนต์ขลัง ปิดทับด้วยทองคำเปลวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
ท่านต้องการให้ออกทีวี ชี้แจงให้ประชาชนทราบโดยเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมด้วย แต่คนทำเพชรพญานาคกับคนขายเพชรรัสเซียเขาไม่เล่นด้วย อย่างไรก็ดี กรมทรัพย์ได้เผยแพร่สิ่งที่ได้ค้นพบให้สังคมได้รับทราบทุกช่องทางที่สามารถทำได้ แม้ไม่ได้รับความสนใจจากสื่อทีวี และหนังสือพิมพ์ก็ตาม แต่ความนิยมเพชรพญานาคค่อยๆเลือนหายไปในที่สุด
หลังจากที่เกษียณมาปีกว่าไดัทราบข่าว อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของเพชรพญานาคเริ่มมีมากขึ้นอีกครั้ง โดยได้รับความนิยมในฐานะเป็นวัตถุมงคลอันทรงคุณค่า ถ้าบังเอิญมีใครได้เพชรพญานาคไว้ในครอบครองก็จงภูมิใจได้เลยว่าท่านเป็นผู้มีบารมีสูงจริง ขออย่างเดียวอย่าจ่ายถึงหลักพันหลักหมื่น กลัวผู้ผลิตจะโดนจับข้อหาค้ากำไรเกินควร

 

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

27 สิงหาคม 2564

------------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>