Custom Search

lerdsin-11 ภูเขาไฟโทบาต้นกำเนิดหินศักดิ์สิทธิ์

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

 

lerdsin-11 ภูเขาไฟโทบาต้นกำเนิดหินศักดิ์สิทธิ์

เมื่อครั้งเศรษฐกิจไทยรุ่งเรืองเฟื่องฟูสุดขีด ระหว่างปี 2538-2539 ผมได้รับผลกระทบพอควร เพราะมีคนมาติดต่อให้ช่วยสำรวจธรณีวิทยาทั้งในและต่างประเทศ  ครั้งนี้ต้องไปตรวจสอบหินปูนที่เกาะสุมาตรา เพื่อดูความเป็นไปได้เบื้องต้นในหลายมิติ ทั้งด้านปริมาณวัตถุดิบ และความเหมาะสมของพื้นที่ ตามที่ฝ่ายอินโดนีเซีย เสนอให้คนไทยไปร่วมลงทุนสร้างโรงงานปูนซีเมนต์ การสำรวจมีกำหนด 5 วัน จึงต้องใช้วันลาพักร้อนที่เหลืออยู่หลายวันเนื่องจากช่วงเวลานั้นยังสนุกเพลิดเพลินกับการทำงานจนไม่รู้สึกร้อนถึงกับต้องลาพักเลย

ด่านแรกก่อนออกจากสนามบินเมดานก็เจอปัญหาเสียแล้ว เป็นความผิดพลาดของผมเองที่ไปกรอกในแบบฟอร์มเข้าประเทศว่ามาทำธุรกิจ เจ้าหน้าที่บอกกระเป๋าเดินทางของผมมีปัญหา ต้องตรวจค้น ผมจะเปิดให้ดู เขาก็บอกไม่ต้องเปิด แต่ไม่ลงตราประทับ ทำไงดี เขาบอกต้อง 20 เหรียญ อูย...แพง ตั้ง 500 บาท โชคดี มีแบงค์ 10 เหรียญ ประหยัดได้ครึ่งหนึ่ง

ภารกิจครั้งนี้ ผู้จ้างได้เหมารถพร้อมคนขับให้แล้ว มีนักธรณีวิทยาชาวอินโดนีเซียคอยประสานงานและพาเข้าพื้นที่ สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ เข้าใจไม่ถึง 50% แต่ยังไงก็ดีกว่าภาษามือ พื้นที่สำรวจอยู่ตอนกลางของเกาะสุมาตรา ห่างจากเมืองเมดานไปทางใต้ประมาณ 350 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง สภาพถนนสายหลักมี 2 เลนค่อนข้างแคบ สภาพบ้านเมืองตามหลังเมืองไทยไม่น้อยกว่า 20 ปี ทั้งที่เกาะสุมาตรามีรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติทั้งปิโตรเลียมและถ่านหินไม่น้อยเลย   ยิ่งพอความมืดเข้ามาเยือน ขับรถผ่านชุมชน ยังมีการใช้ตะเกียงเจ้าพายุ แสดงว่าไฟฟ้ายังไปไม่ทั่วถึง

การเข้าถึงพื้นที่สำรวจยากมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นถนนดิน เป็นดินที่ผุมาจากหินภูเขาไฟที่มีปริมาณของอลูมิเนียมอ็อกไซด์มากกว่า 10% เมื่อมีฝน ถนนจะลื่นมาก จำเป็นต้องใช้มอเตอร์ไซค์ที่มียางดอกใหญ่เท่านั้นที่พอถูไถไปได้ ทั้งนี้ต้องอาศัยความชำนาญพื้นที่อย่างมาก  ก่อนมาได้อ่านรายงานธรณีวิทยาในพื้นที่ บอกเป็นเขาหินปูนแสดงหน้าผาชัดเจน วางตัวอยู่บนหินตะกอนหลายชนิด ทั้งหินทราย หินทรายแป้ง หินดินดานและหินโคลนปนกรวดมีชื่อเรียกตามหลักการลำดับชั้นหินว่า หมวดหินโบโฮร๊อก (Bohorok Formation) เทียบเคียงได้กับกลุ่มหินแก่งกระจานของไทย  มีโอกาสได้พิจารณาหินโคลนปนกรวด ที่คุ้นเคย เพราะตระเวณดูมาหลายที่ ค่อนข้างมั่นใจว่า หินโคลนปนกรวดที่พบบนเกาะสุมาตรา  เกาะลังกาวี เกาะภูเก็ต และฝายน้ำล้นเขื่อนแก่งกระจาน มีความคล้ายคลึงกัน มีการสะสมตัวในสภาพแวดล้อมโบราณที่เหมือนกัน สามารถเทียบเคียงกันได้

ซ้อนมอเตอร์ไซค์อยู่ครึ่งค่อนชั่วโมง ก็ถึงพื้นที่เขาหินปูนที่ทางอินโดนีเซียเสนอให้เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ แค่พื้นที่และการเข้าถึงก็ไม่ประทับใจแล้ว เขาหินปูนเป็นแบบเขาโดด ไม่ต่อเนื่องกัน แล้วปริมาณสำรองจะมีมากได้ไง หนักไปกว่านั้นเมื่อนักธรณีอินโดนีเซียพาเดินไปจนชิดเขาหินปูนแล้วพยายามอธิบายว่าเป็นหินปูนหนาจนมองเห็นเป็นหน้าผา  ผมเดินไป อีกด้านหนึ่งแล้วต้องเอามือกุมขมับ  เพราะมันเป็นหินปูนสลับชั้นกับหินทราย  ที่มองเป็นหน้าผาเพราะมองด้านหน้าชั้นหินที่มีการวางตัวเกือบตั้งฉากกับพื้นดินแบบนี้จบ ปัจจัยอื่นคงไม่ต้องดู เพราะหลักการสำคัญของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ คือ "No good limestone, no cement plant" ไม่มีหินปูนดีก็ไม่มีโรงปูนซีเมนต์

ทำไงดี มีเวลาเหลือ เพราะขากลับเขาจองตั๋ว และที่พักให้ไปเที่ยวสิงคโปร์ก่อน นึกได้ว่าสุมาตรา คือ พื้นที่ต้นกำเนิดของทฤษฎีธรณีแปรสัณฐานคงมีอะไรเด่นดังในทางธรณีวิทยาบ้าง คนประสานงานพาไปทะเลสาบโทบา แถมโฆษณาว่าที่จุดชมวิวทะเลสาบ มีเครื่องดื่มผสมสมุนไพรที่มีชื่อเสียงมาก กินร้อนก็ได้ กินเย็นก็ดี มีสรรพคุณหลากหลาย กินแล้วสดชื่นเพิ่มพลัง  แต่ไม่สามารถบอกชื่อในภาษาอังกฤษได้

ระหว่างเดินทาง ได้เห็นภูมิทัศน์ที่ไม่มีในเมืองไทยนั่นคือ ภูเขาไฟที่ยังมีพลัง เห็นกลุ่มควัน แก๊ส พวยพุ่งออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟ ที่มีชื่อเฉพาะทางวิชาการว่า "fumarole" เป็นภาพที่น่าตื่นตาประทับใจสำหรับผมมาก เมื่อถึงจุดชมวิวทะเลสาบโทบา มีป้ายบรรยายเผ็นภาษาอังกฤษ จับใจความได้ว่าเป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาด 100×30 กิโลเมตร เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟขนาดยักษ์ (super volcano) เมื่อเจ็ดหมื่นเจ็ดพันปีที่ผ่านมา การระเบิดครั้งนี้รุนแรงจนกระทังปล่องภูเขาไฟแตกหักพังลง ภายหลังมีน้ำฝนมาเติน นานเข้าเลยกลายเป็นทะเลสาบ  ปากปล่องภูเขาไฟ นักวิชาการหลายสาขาได้ทำการศึกษาผลกระทบต่อเนื่องจากการระเบิดครั้งนี้ พบว่าเถ้าภูเขาไฟปกคลุมท้องฟ้าทั่วโลกเป็นเวลาหลายสิบปี ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากมาย จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์นีแอนเดอทราลสูญพันธุ์ 

เมื่อลาวาถูกพ่นออกมา ค่อย ๆ เย็นตัวกลายเป็นหิน เกิดหินภูเขาไฟ เรียกชื่อแตกต่างกันออกไปตามองค์ประกอบของแร่ เช่นหินไรโอไลต์ หินแอนดีไซต์ หินบะซอลท์ มีหินภูเขาไฟบางชนิดที่ลาวาถูกพ่นขึ้นในอากาศ เมื่อตกถึงพื้นแล้วเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ฟองอากาศปุดออกจากตัวหินอย่างรวดเร็วทำให้หินมีรูพรุน มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ลอยน้ำได้ หินภูเขาไฟแบบนี้มี 2 ชนิดขึ้นกับแร่ประกอบหิน แต่สามารถแยกออกจากกันง่าย ๆ โดยสังเกตจากสี ถ้าสีออกขาวเรียกหินพัมมิซ ถ้าสีเข้ม เรียกหินสะกอเรีย กลายเป็นต้นกำเนิดของหินศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถลอยน้ำเป็นข่าวดังในไทย ผมมีโอกาสได้เข้าตรวจสอบเมื่อเกือบ 20 ปีทีแล้ว จะเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ในภายหลัง

เมื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศและวิวทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลสาบโทบาเพียงพอแล้ว ไม่ลืมที่จะถามหาเครื่องดื่มสมุนไพร เขาพาไปนั่งร้านริมทะเลสาบ สั่งอาหารด้วยภาษาอินโด สักพักบริกรก็เอาเครื่องดื่มใส่กาน้ำชามาเสิร์ฟ รินใส่แก้ว กลิ่นคุ้นๆ พอได้ดื่ม มือตบเข่าฉาด นี่มัน "น้ำขิง" ชัด ๆ

การไปสำรวจหินปูนที่เกาะสุมาตราครั้งนี้ ถ้ามองในมุมของนักลงทุนถือว่าล้มเหลว แต่ในมุมของนักวิชาการ ผมได้ประโยชน์มากมาย ได้เห็นของจริงที่น่าตื่นเต้น ได้เข้าใจทฤษฎีธรณีแปรสัณฐานเพิ่มขึ้น เสียดายที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ของไทยไปด้วย จะได้ถกเถียงเพื่อให้เกิดปัญญามากมาย ส่วนนักธรณีอินโดที่ไปด้วย คงทำได้แค่เพียงผู้ประสานงาน หวังพึ่งพาเรื่ององค์ความรู้ไม่ได้เลย

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

15 พฤษภาคม 2564

------------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>