Custom Search

lerdsin-09 หลงกล สว.ตากาล็อค

ภาพประกอบเน้นคน ไม่เกีียวกับในเรื่องนะครับ

 

lerdsin-09 หลงกล สว.ตากาล็อค

ปี พ.ศ. 2538  ประเทศไทยอยู่ในช่วงเศรษฐกิจเฟื่องฟูสุดขีด  คนทำงานอิสระหรือเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองไม่ว่าเล็กว่าใหญ่ ต่างมีความสุขกันถ้วนหน้า ผิดกับพวกมนุษย์เงินเดือนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มนุษย์เงินเดือนภาคราชการที่เรียกกันสวยหรูว่า ข้าราชการ ได้รับผลกระทบทางลบจากเศรษฐกิจเฟื่องฟูครั้งนี้เป็นอย่างมาก ต้องใช้เงินเดือนอันน้อยนิดสู้กับข้าวของที่ขึ้นราคากันอย่างสนุกสนาน   เพื่อความอยู่รอดคงต้องหางานเสริมทำช่วงเสาร์อาทิตย์

โชคดีที่พอมีชื่อเสียงด้านการสำรวจธรณีวิทยาอยู่บ้าง จึงพอมีงานเสริมเพิ่มรายได้  มีคนมาติดต่อให้ไปสำรวจหินปูนที่เมืองอิบา บนเกาะลูซอน  ห่างจากกรุงมนิลา ไปทางเหนือประมาณ 200 กิโลเมตร โดยให้รายงานธรณีวิทยา ที่ทำโดยนักธรณีวิทยาของฟิลิปปินส์มาให้ศึกษาล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบดูว่ามีหินปูน 1,000 ล้านตันตามรายงานจริงไหม มีคนไทยอยากไปลงทุนทำโรงปูนซีเมนต์ ผมรับงานโดยตกลงจะไปเช้าวันศุกร์ กลับมืดวันอาทิตย์ ลางานเพียงวันเดียว ระหว่างสำรวจมีตัวแทนทั้งฝ่ายไทย และฟิลิปปินส์ร่วมด้วย เพื่อจะได้ทราบข้อมูลพร้อมกัน  ผู้จ้างจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ ที่พัก ที่กินให้หมด แถมหาอุปกรณ์สำรวจโดยเฉพาะค้อนธรณีให้ด้วย เพราะผมเอาขึ้นเครื่องไม่ได้

ทริปสำรวจหินปูน 3 วันที่ฟิลิปปินส์ครั้งนี้ มีเรื่องตื่นเต้นตั้งแต่วันแรกที่ดอนเมือง เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่าพาสปอร์ตของผมหมดอายุ ผมบอกว่าเพิ่งไปทำมาเพื่อการเดินทางครั้งนี้จะหมดอายุได้อย่างไร (ผมไม่ได้ใช้พาสปอร์ตราชการ) เจ้าหน้าที่คนนั้นชี้ให้ดูว่า ปีหมดอายุ 00 ผมขอพบหัวหน้า ภายหลังจากพูดปัญหาให้ฟังและหัวหน้าหยิบพาสปอร์ตของผมไปดูแล้วดึงตัวผมออกห่างจุดเดิมแล้วกระซิบบอก  " โทษครับ ลูกน้องผมมันซื่อบื้อ เห็น 00 คือ หมดอายุ ความจริงอีกตั้ง 5 ปี" โอย Y2K เล่นงานโดยไม่ให้ตั้งตัว

การเดินทางโดยรถยนต์จากสนามบินมนิลา เข้าพื้นที่สำรวจต้องผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระเบิดของภูเขาไฟปินาตูโบ เมื่อปี พ.ศ. 2534  3 ปีกว่าผ่านไป พื้นที่ไม่ได้รับการฟื้นฟูเลย  สังเกตเห็นไม้กางเขนอันเดียวปักอยู่ริมถนน ถามเขาว่าปักไว้เพื่ออะไร คนขับรถชาวตากาล๊อคหันมาตอบเป็นอังกฤษแปลกลับเป็นไทยได้ความว่า นั่นมันคือยอดโบสถ์ โอ้โฮ..ตะกอนเถ้าภูเขาไฟหนากว่า 10 เมตร นักธรณีวิทยาฟิลิปปินส์ที่ร่วมทีมมาด้วย (ภายหลังทราบว่าเขาเป็นคนเขียนรายงานธรณีวิทยาที่ผมศีกษาก่อนมา) เล่าว่า ปีที่ปินาตูโบระเบิดมีคนตายหลักสิบ แต่อีก 1-2 ปีถัดมา คนตายหลักพันเพราะโดนดินถล่ม ผมเข้าใจทันที ตรงตามตำราการบริหารจัดการธรณีพิบัติภัย  ก่อนภูเขาไฟระเบิดมีการประกาศอพยพออกนอกพื้นที่ เมื่อระเบิดแล้ว แม้ทางการจะยังห้ามเข้าแต่ชาวบ้านไม่ฟังหรอก เป็นห่วงทรัพย์สิน ต้องมาดูแลจัดการ พอผ่านไป 4-5 เดือน ชาวบ้านก็จะกลับมาอยู่ถิ่นเดิม ตะกอนเถ้าภูเขาไฟที่ค้างอยู่มากมายบนยอดเขาก็ไม่น่ามีพิษมีภัยอะไร จนฝนมาเยือน เหมือนมัจจุราชเอื้อมมือมาถีง ฝน ทำให้ตะกอนเถ้าภูเขาไฟที่ยังเกาะตัวกันไม่แน่นไหลลงมากลายเป็นอภิมหาดินถล่มกลบฝั่งหมู่บ้านโดยรอบจนราบเรียบ ยากที่จะหลบหลีกได้ทัน คนตายหลักพันนี่น่าจะต้องเติมเอสเป็นพหูพจน์

ใช้เวลาสำรวจหินปูน บ่ายแก่ ๆ วันศุกร์ วันเสาร์ทั้งวัน วันอาทิตน์ครึ่งวัน ต้องกลับมะนิลาเพราะเครื่องออกตอน 3 ทุ่ม  ระหว่างสำรวจ ถกเถียงกับนักธรณีวิทยา ฟิลิปปินส์ ตลอด  เขาบอกมีหินปูน 1,000 ล้านตัน ผมบอกมีหินปูนไม่ถึง 100 ล้านตัน อะไรจะต่างกันปานนั้น หลังจากชี้หลักฐานทุกอย่างที่เห็น เอาแผนที่มากาง คำนวณออกมา ตัวเลขของผมได้รับความเชื่อถือ เขายอมรับว่าผิดพลาดและขอสมัครเป็นลูกน้องผมไปทำงานในเมืองไทย มั่วแบบนี้ไม่มีทาง แล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าถ้ามีการเปิดอิสระเสรีในสังคมอาเซี่ยน คงมีนักธรณีด้อยคุณภาพจากแดนตากาล้อคมาทำงานในไทยมากเลย เป็นระดับผู้เชี่ยวชาญด้วยซ้ำเพราะเขาเก่งภาษาอังกฤษ

ระหว่างเดินทางกลับมนิลา ผู้ประสานงานของฟิลิปปินส์บอกให้รู้ว่าเจ้าของโครงการฝ่ายฟิลิปปินส์มีระดับเป็นถึงวุฒิสมาชิก ได้ทราบผลการสำรวจแล้วและต้องการคุยกับผม ได้เลยแต่คงต้องไปคุยที่สนามบิน เพราะเครื่องออก 3 ทุ่ม  คนประสานงานบอกว่าคงต้องไปที่บ้าน สว. ไม่ต้องห่วงเรื่องเที่ยวบินเพราะเราได้เลื่อนให้แล้ว  เฮ้ย..เลื่อนได้ไง พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน อยู่กับผม  เขาบอกมีวิธีจัดการ เลื่อนไป 3 วัน ผมงี้มึนตึ้บ  ครอบครัวผมจะรู้ได้ไง การสื่อสารไม่ง่ายดายเหมือนสมัยนี้  ที่ทำงานก็ไม่ได้บอกว่าจะลา เสื้อผ้าก็ไม่ได้เตรียมมาเผื่อแต่ก็คงพอซื้อใหม่ ใส่ซ้ำได้ 

ผู้ประสานงานพาผมไปคฤหาสน์หลังใหญ่โต ในกรุงมนิลา ปล่อยให้ผู้ประสานงานฝ่ายไทยไปสนามบินเอง วุฒิสมาชิกได้กล่าวขอโทษที่เลื่อนไฟลท์บินโดยไม่บอกล่วงหน้าเพราะต้องการให้ไปสำรวจที่เกาะ Pagbilao 150 กิโลเมตรทางใต้ของกรุงมนิลา อยากรู้ว่าหินปูนที่นั่นเป็นอย่างไร ทำปูนซีเมนต์ได้ไหม มีมากเท่าไร จัดเตรียมทุกอย่างให้แล้ว เดินทางได้เลย  ถ้างานเสร็จคงบินกลับไทยคืนวันพุธ ผมเหมือนตกเป็นจำเลย ต้องเซย์เยสอย่างเดียวห้ามเซย์โน ยังดีที่เขาเตรียมโทรศัพท์ให้ผมติดต่อครอบครัวที่เมืองไทยได้ไม่งั้นคงไม่มีจิตใจทำงานแน่

การสำรวจหินปูนที่เกาะ Pagbilao ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุของหินปูนกึ่งแปรสภาพเป็นหินอ่อน  ถ้าเป็นเมืองไทย หินที่มีการแปรสภาพแบบนี้มีอายุมากกว่า 200 ล้านปีแน่  แต่ที่ Pagbilao หลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์หลายชนิดบ่งอายุไม่เกิน 40 ล้านปี ในทางธรณีวิทยา ถือว่าอ่อนมาก  หาคำตอบที่ท่านวุฒิสมาชิกชาวตากาล้อค อยากรู้ได้ครบ กลับมนิลาไปบอกเขา สว.ยิ้มแป้น คงเอาข้อมูลเบื้องต้นไปเล่นแร่แปรธาตุแน่ ได้กลับเมืองไทยตามโปรแกรมที่ท่าน สว.กำหนด ยังดีที่เขายัดเงินใส่มือมาให้ 500 เหรียญ คิดว่าเป็นการกุศลเสียแล้ว

ไม่มีโอกาสผ่านไปแถวนั้นอีกเลย หินปูนของเขามีคุณภาพดีมาก มีปริมาณมากเพียงพอ มีองค์ประกอบพร้อม ถัาใครผ่านไปแถวเกาะ Pagbilao ช่วยสังเกตุให้หน่อยนะครับว่ามีโรงงานผลิตปูนซีเมนต์หรือไม่ ถ้าไม่มีก็แล้วไป แต่ถ้ามี มันเป็นความภาคภูมิใจเล็กๆที่เป็นก้าวแรกของโรงงาน แม้จะโดนสว.ตากาล้อคหลอกไปสำรวจก็ตาม

เลิศสิน รักษาสกุลวงศ์

10 พฤษภาคม 2564

------------------------------------------------------

.

www.iok2u.com | Link2 | Link3

.

Copyright © 2014. All Rights Reserved.

เว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST) ไม่สามารถใช้อ้างอิงในทางกฏหมาย โปรดตรวจสอบความถูกต้องกับแหล่งที่มาข้อมูลอีกครั้ง

ที่ทำการสมาคม กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

Line@: @gstorth / Email: gstorth@gmail.com / Website: www.gst.or.th / Fanpage: https://www.facebook.com/gstorth

ภายใต้การดูแลของ สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย (GST)

พัฒนาเว็บไซต์โดย เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ / udomtanateera_k@hotmail.com / LineID: Rainubon>