Get Adobe Flash player
HOT NEWS

ดร. ทศพร นุชอนงค์ นายกสมาคม

องค์กรสมาคม

หน่วยงานราชการ

สถานศึกษา

องค์กรต่างประเทศ

GST Facebook แฟนเพจ

Comments ล่าสุด

“สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

ประวัติความเป็นมาการก่อตั้ง “สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” นับตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำโดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ได้ดำเนินการร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้น ซึ่งเป็นระยะเวลาถึง 10 ปีเต็มในการผลักดันพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระทั่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ตราพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2551 ขึ้นไว้ซึ่งได้รับการประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกาเล่มที่ 125 ตอนที่ 31ก ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้ คือ เนื่องจากปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งผลให้วิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาและขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมถึงวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ สมควรจัดตั้งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นเพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมและควบคุมการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าพระราชบัญญัติดังกล่าว นอกจากจะอำนวยความประโยชน์แก่ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการส่งเสริม และควบคุมการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ยังเกิดประโยชน์แก่สังคม โดยมีสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้ทำหน้าที่ควบคุมจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนควบคุมมิให้ผู้ที่ขาดความรู้ความสามารถเข้ามาประกอบอาชีพในสาขาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคบคุม ซึ่งหากไม่มีการควบคุมบุคคลเหล่านั้น อาจทำให้เกิดความผิดพลาดที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนและสังคมโดยรวมได้ อย่างไรก็ตาม บริบทในเรื่องของการควบคุมในพระราชบัญญัติฉบับนี้มิได้เป็นการควบคุมนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีให้ขาดอิสรภาพทางด้านวิชาการในการทำงานแต่อย่างใด และการที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในแต่ละสาขามารวมตัวกันเป็นสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น ทุกๆสาขาวิชาชีพก็จะได้ร่วมกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก่อให้เกิดพลังที่เข้มแข็งเพื่อที่จะผลักดันให้เกิดพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศในแบบก้าวกระโดดต่อไป

สาระสำคัญของพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประการที่ 1 กำหนดกลุ่มวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ออกเป็น 4 กลุ่มวิชา เพื่อให้ได้รับการส่งเสริม ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2551 ได้แก่
(1) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ
(2) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
(3) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และ
(4) กลุ่มวิชาสหวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

การกำหนดกลุ่มวิชาดังกล่าวจำแนกตาม ISCED/OECD/UNESCO และยังได้เทียบเคียงกับตำแหน่งกลุ่มสายงานของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน จึงทำให้การกำหนดกลุ่มวิชานี้กว้างขวางและครอบคลุมทุกสาขาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกคนสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกและรับสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมจากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทั้งหมดจากเดิมที่การดูแลผู้ประกอบวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดำเนินการโดยสมาคมต่างๆ ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมทุกสาขาวิชาชีพ
ประการที่ 2 กำหนดสาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สำหรับสาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนี้ หากปล่อยให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำเนินการ จะมีความเสี่ยงสูงในการทำให้เกิดความเสียหายหรืออุบัติภัยร้ายแรงที่เป็นอันตรายโดยตรงกับประชาชนและสังคมโดยรวมได้ ดังนั้นในพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงได้มีการกำหนดสาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมไว้ในมาตรา 3 เป็น 4 สาขา ได้แก่

(1) สาขานิวเคลียร์

(2) สาขาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการควบคุมมลพิษ

(3) สาขาการผลิต การควบคุม และการจัดการสารเคมีอันตราย

(4) สาขาการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์และการใช้จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค

นอกจากนี้ในอนาคต หากปรากฏว่ามีสาขาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเกิดขึ้นใหม่ และมีลักษณะอันควรควบคุมเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็สามารถเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กำหนดสาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมเพิ่มเติมได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาดังปรากฏในมาตรา 6 ประกอบกับมาตรา 10 อนุมาตราที่ 5 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้
ประการที่ 3 ไม่ใช้บังคับแก่ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีกฎหมายวิชาชีพอื่นอยู่แล้ว อาทิ วิศวกร แพทย์ เภสัชกร ฯลฯ ซึ่งวิชาชีพเหล่านี้แม้จะมีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ก็มีสภาวิชาชีพของตนเองทำหน้าที่ควบคุมและดูแลอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อป้องกันการทับซ้อนของการควบคุม ในพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงมีการยกเว้นการบังคับใช้ปรากฏตามมาตรา 4
ประการที่ 4 กำหนดให้มีสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 8 โดยกำหนดวัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ ที่มาของรายได้และองค์ประกอบของสมาชิกไว้ ดังนี้
(1) วัตถุประสงค์ของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามมาตรา 9 มีสาระสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสให้สามารถเข้าเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ ส่งเสริมความสามัคคี และผดุงเกียรติ ตลอดจนควบคุมดูแลความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ถูกต้องตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ความรู้และสร้างจิตสำนึกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่ประชาชน ตลอดจนให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายและปัญหาด้านวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกด้วย
(2) อำนาจหน้าที่ของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามมาตรา 10 โดยมีสาระสำคัญในการดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยกำหนดแผนการส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นที่สนใจแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ส่วนการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมนั้นสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตทั้งการออก การพักใช้ และการเพิกถอนใบอนุญาตตลอดจนการเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการกำหนดกลุ่มวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังที่ได้กล่าวถึงแล้วในข้อ 1 และการกำหนดสาขาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม ดังที่ได้กล่าวถึงแล้วในข้อ 2

นอกจากนี้สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังมีอำนาจหน้าที่ในการออกข้อบังคับต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสมาชิก ใบอนุญาตและมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ การฝึกอบรม สิทธิประโยชน์ของสมาชิก การประชุม การเลือกตั้ง การสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกิจการอื่นๆ ตามที่ได้มีการกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้

(3) ที่มาของรายได้ ปรากฏในมาตรา 11 โดยกำหนดให้สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีรายได้จากค่าจดทะเบียนสมาชิก เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ ตลอดจนประโยชน์จากการจัดการเงินและทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งที่เป็นดอกผล และรายได้อื่นๆ

(4) องค์ประกอบของสมาชิกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปรากฏในมาตรา 13 โดยแบ่งสมาชิกเป็น 3 ประเภทดังนี้

สมาชิกสามัญ เป็นบุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ สัญชาติไทย มีความรู้ในวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณ ไม่เคยถูกจำคุก และไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนหรือเป็นโรคตามที่กำหนดในข้อบังคับ

สมาชิกวิสามัญเป็นสมาคมที่มีวัตถุประสงค์หลักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยตรง หรือเกี่ยวข้อง

สมาชิกกิตติมศักดิ์ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งที่ประชุมใหญ่สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้แต่งตั้ง



ประการที่ 5 กำหนดให้มีคณะกรรมการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งคณะกรรมการก่อตั้งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามที่ปรากฏในบทเฉพาะกาลมาตรา 66 และคณะกรรมการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามที่ปรากฏในมาตรา 21 ดังนี้

(1) คณะกรรมการก่อตั้ง ประกอบด้วยปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน เป็นกรรมการและผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นกรรมการและเลขานุการ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ จนสามารถก่อตั้งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขึ้นได้

(2) คณะกรรมการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประกอบด้วย

- นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

- กรรมการซึ่งสมาชิกเลือกตั้งจากสมาชิกสามัญ จำนวน 12 คน โดยต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมไม่น้อยกว่า 4 คน

- กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 4 คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามคำแนะนำของกรรมการทั้ง 3 ประเภทข้างต้น

นอกจากนี้นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังต้องเลือกกรรมการ ซึ่งสมาชิกเลือกตั้งจากสมาชิกสามัญให้ทำหน้าที่เป็นอุปนายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เลขาธิการ และเหรัญญิก อีกด้วยดังปรากฏในมาตรา 23
ทั้งนี้คณะกรรมการสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีอำนาจหน้าที่โดยส่วนใหญ่ในการบริหารและดำเนินการของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังปรากฏในมาตรา 28
ประการที่ 6 กำหนดให้มีการส่งเสริมการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยกำหนดให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์ในการเข้าศึกษาอบรม ได้รับทุนการศึกษา การค้นคว้า การทดลอง การวิเคราะห์และการวิจัยรวมทั้งส่งเสริมให้เข้าร่วมประชุม หรือเป็นสมาชิกองค์กรวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติ รวมทั้งสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่อาจกำหนดขึ้นในภายหลัง ดังปรากฏในมาตรา 19
ประการที่ 7 กำหนดให้มีการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม โดยใช้กลไกในการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม ส่งผลให้ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาต หรือผู้ที่ถูกพักใช้ใบอนุญาต หากประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 3 หรือแสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าสามารถประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมได้ จะมีโทษตามกฎหมายสูงสุดถึงจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับแต่ให้ยกเว้นเฉพาะการดำเนินงานในส่วนที่เป็นงานราชการในฐานะเป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังปรากฏในมาตรา 41 ประกอบมาตรา 56 และมาตรา 64
นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม ต้องเข้ารับการฝึกอบรมการปฏิบัติงานเกี่ยวกับวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ควบคุม เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์อีกด้วย ปรากฏในมาตรา 44
ประการที่ 8 กำหนดให้มีการควบคุมจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม โดยมีคณะกรรมการจรรยาบรรณเป็นผู้ทำหน้าที่พิจารณา และวินิจฉัยข้อกล่าวหาในเรื่องของการประพฤติผิดจรรยาบรรณ ทั้งนี้ ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมหรือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการดำเนินงานของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม มีสิทธิกล่าวหาผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมที่ทำให้เกิดความเสียหาย โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งโทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณนั้น อาจเป็นการว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาต ทั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการจรรยาบรรณได้ ดังปรากฏในมาตรา 56 ถึง มาตรา 55
ประการที่ 9 กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นผู้กำกับดูแลสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษแห่งสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังปรากฏในมาตรา 7 ประกอบมาตรา 12 และมาตรา 59
ดังนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเป็นกลไกในการบริหารจัดการส่งเสริมพัฒนาความรู้ ทักษะและขีดความสามารถให้มีมาตรฐานและยกระดับคุณภาพ รวมทั้งให้มีหลักประกันและความก้าวหน้าในสายวิชาชีพ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศ รวมทั้งจะช่วยส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการแข่งขันระดับสากลได้ ทั้งยังเป็นหลักประกันในการคุ้มครอง ดูแล และส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้มีกรอบการปฏิบัติงานที่ได้มาตรฐานโดยมีกฎหมายรองรับ และสามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งยังก่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาประสิทธิภาพและศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เกิดเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งจะเพิ่มบทบาทที่สำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสากล
นอกจากนี้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ยังเป็นหลักประกันในการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งการป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการพัฒนาประเทศ โดยมีสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นทำหน้าที่ตามกฎหมายอีกด้วย

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

ค้นหาข้อมูลในเว็ป

ข่าวสารกิจกรรม สำนักโลจิสติกส์